วันถัดมา เฉินต้าไห่ขับพราโดของเขาพาทั้งครอบครัวไปบ้าน พี่ชายคนโตที่เมืองจิ้นหยางด้วยตัวเอง
เฉินเจี้ยนซานเปิดบริษัทก่อสร ้าง เขาเริ่มเข้าไปทางานในเมือง ตั้งแต่อายุสิบห้าปี ด้วยความที่ทางานมาตั้งแต่เด็ก จนถึงตอนนี้ก็ นับว่ามีความสามารถพอตัว ปัจจุบันมีบริษัทก่อสร ้างเล็กๆ เป็ นของ ตัวเอง ทรัพย์สินก็มีหลายล้าน
เฉินเจี้ยนซานถือว่าเป็ นคนที่ค่อนข้างมัธยัสต์ ปกติแล้วนอกจาก ขับรถเบนซ ์มือสองตอนไปคุยธุรกิจ โดยพื้นฐานแล้วส่วนใหญ่จะขับ รถเก๋ง
บ้านคุณลุงเป็ นคอนโดทั้งชั้น เดินไปหากันได้ ขนาดเกือบสาม ร ้อยตารางเมตร การตกแต่งไม่ถึงกับหรูหรา ถึงอย่างไรก็อย่างที่คุณ ลุงบอกว่า เขาเองก็ไม่ใช่คนที่สูงส่งอะไร
ตอนที่เฉินเจี้ยนซานได้ยินเสียงแตรของพราโดดังขึ้นก็ตกใจ พลันเห็นกระจกรถสั่นทีหนึ่ง พอเห็นท่าทางหัวเราะฮ่าๆ ของเฉินต้า ไห่ก็อดโมโหจนหัวเราะออกมาไม่ได้
“เจ้าหมอนี่ ขับรถใครมา” เฉินเจี้ยนซานไม่ได้โกรธ กลับพูด พร ้อมรอยยิ้ม
เฉินต้าไห่จอดรถเสร็จก็ยิ้ม “ของผมครับ! เป็ นไง เท่กว่ารถเบนซ ์ ของพี่ไหมครับ”
เฉินเจี้ยนซานอดขาไม่ได้ คร ้านจะสนใจเฉินต้าไห่ เขารู ้จัก น้องชายของเขาดี ชอบคุยโวแบบนี้แหละ!
เขากลับมองเฉินชางแล้วดีใจขึ้นมา “ไง เจ้าหมอนี่ ไม่เจอกันสอง สามปีแล้วมั้ง โตขึ้นเยอะเลย!”
เฉินชางพยักหน้าพร ้อมรอยยิ้ม “สวัสดีครับคุณลุง!”