เฉินชางล้วงเอาเคสผู้ป่ วยออกมาทันทีแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ คือ อย่างนี้ ผมก็พบเข้าโดยบังเอิญ นี่คือเคสผู้ป่ วยสามเคส ผู้ป่ วยมี อาการในระดับที่ต่างกันไป…”
เฉินชางเริ่มบอกเล่าการค้นพบของตัวเอง แต่เขาย่อมปิดบังเรื่อง ที่พูดไม่ได้บางอย่าง
กู้ซินหยิบขึ้นมาดูแล้วรีบอ่านเคสพวกนี ้…เป็ นไปได้ แต่…นี่ไม่ได้ บ่งบอกว่าเกิดขึ้นทั่วไป ไม่มีความหมายเชิงสถิติ แถมยังต้องปรับปรุง การวิจัยให้สมบูรณ์ขึ้นด้วย
เฉินชางพูดต่อ “พี่สะใภ้ ตอนนี้ผมเสนอให้สร ้างโมเดลทดลอง แล้วใช ้ยาแก้ไอจากบริษัท VOLB มาท าการทดลอง สังเกตการณ์ดู ว่ามีความเป็ นไปได้ที่จะทาให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วหรือไม่”
กู้ซินก็เริ่มเปลี่ยนใจ แต่ยังเล่าเรื่องที่บริษัทวันนี้ให้ฟัง “ที่จริงถ้า วันนี้ไม่ได้เสี่ยวเฉิน กรรมสิทธิ์หุ้นของบริษัทอาจจะโอนไปให้บริษัท เภสัชกรรมตงเซิงของจางเทียนซุ่นไปแล้วก็ได้”
พอเฉินชางได้ยิน ในใจก็มีความคิดเพิ่มขึ้นมาทันที
เรา…ก็ซื้อหุ้นหกสิบเปอร ์เซ็นต์นี่ได้หมด แต่…ปัญหาคือจ าเป็ นไหม
เฉินชางพลันตกอยู่ในภวังค์
ถ้าประสิทธิภาพของชะเอมเทศดีจริงๆ ใช่ว่าเฉินชางจะลงทุนใน บริษัทแบบนี้ไม่ได้
ยี่สิบล้านเป็ นราคาต่าสุดแล้ว
ถ้าบริษัทยังท าก าไรได้อย่างต่อเนื่อง ยี่สิบล้านของเฉินชางเอาไป นอนไว้ก็ได้
พอคิดถึงตรงนี้…เฉินชางก็สนใจชะเอมเทศนี่มาก