จนห้าโมงเย็นทั้งสองจึงตื่นขึ้นมา
เฉินต้าไห่เข้าครัวด้วยตัวเอง มื้อเย็นทาอาหารรสจืด ทั้ง ครอบครัวจึงถือโอกาสอาหารมื้อนี้หารือเรื่องการแต่งงานของเฉิน ชางและฉินเยว่
เรื่องที่ควรพูดและไม่ควรพูดก็คุยกันทั้งหมด
พูดคุยเรื่องการแต่งงานเป็ นเรื่องใหญ่ จะต้องคิดให้รอบคอบ
รวมทั้งเรื่องที่ว่าจะจดทะเบียนสมรสเมื่อไร หมั้นเมื่อไร แต่งงาน เมื่อไร
ส่วนเรื่องบ้าน เฉินชางมีบ้านแล้ว จึงไม่ต้องพูดถึง
ฉินเสี้ยวยวนเองก็ไม่ได้ถาม ถึงอย่างไรเมื่อคิดทบทวนอย่าง ละเอียดแล้ว เฉินต้าไห่จะมีเงินสักเท่าไร
อีกอย่าง เขาหาลูกเขย ไม่ได้หาเศรษฐี
ถ้าจะหาคนที่มีเงินจริงๆ ฉินเสี้ยวยวนหาได้เยอะแยะมากมายอยู่ แล้ว ล้วนมีเงินมากกว่าเฉินชาง
ทว่า นี่คือการแต่งงาน ไม่ใช่การซื้อขาย สิ่งที่สาคัญที่สุดคือต้อง หาคนที่เชื่อถือได้
ส่วนเรื่องกาหนดการจัดงานแต่งงาน ทั้งสองครอบครัวคิดว่ารอ เฉินชางกลับมาค่อยจัด แต่หาเวลาไปจดทะเบียนสมรสก่อน
ปี หน้าเฉินชางและฉินเยว่ต้องไปอยู่ที่เมืองหลวงหนึ่งปี ไม่จด ทะเบียนสมรสก็คงไม่เหมาะ แต่ถ้าท้องขึ้นมาจริงๆ ก็ยิ่งดี จะได้ แต่งงานตามระเบียบ
แต่ถึงอย่างไรจะแต่งงานทั้งทีก็ต้องหาฤกษ์
ฝั่งตงหยางไม่ได้มีประเพณีหมั้นหมายอะไร ความจริง สอง ครอบครัวมานั่งคุยเรื่องนี้ด้วยกัน ก็ถือว่าเป็ นการตกลงที่จะแต่งงาน กันแล้ว เท่ากับว่าได้รับการยอมรับจากพ่อแม่