เฉินชางอดส่ายหน้าไม่ได้ เขายิ้ม “ความรู ้ทั่วไปอะไรกันครับ ที่ พวกคุณซื้อคือแอสไพรินในรูปแบบเม็ดเคลือบฟิล์ม แอสไพรินแบบนี้ ข้างนอกมีฟิล์มเคลือบอยู่หนึ่งชั้น ตัวฟิล์มแบบนี้จะไม่ถูกละลายโดย กรดในกระเพาะอาหาร ดังนั้นจึงไม่ออกฤทธิ์ในกระเพาะอาหาร และ จะไม่ถูกดูดซึมโดยกระเพาะอาหาร ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ แล้วจะมี ผลข้างเคียงได้อย่างไรครับ
ถ้ากินตอนท้องว่าง กระเพาะอาหารที่ไม่มีอาหารใดๆ จะมี สภาพแวดล้อมที่เป็ นกรด และฟิ ล์มของยาจะไม่สลายตัวใน สภาพแวดล้อมที่เป็ นกรด แต่จะตรงเข้าสู่ลาไส้ จากนั้นจะแตกออก และมีผลในลาไส้ที่สภาพแวดล้อมเป็ นด่าง
แต่ถ้ากินหลังอาหาร กระเพาะอาหารจะมีอาหารอื่นๆ และได้รับ ผลกระทบจากค่า pH[1] ของอาหาร สภาพแวดล้อมในกระเพาะ
อาหารตอนนั้นไม่แน่ว่าจะเป็ นกรดหรือไม่ และยังมีการเสียดสีจาก อาหาร ฟิ ล์มด้านนอกของแอสไพรินอาจแตกก่อนไปถึงล าไส้และ แพร่กระจายในกระเพาะอาหาร ทาลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร”
การโวยวายของชายวัยกลางคนดึงดูดความสนใจจากคนไข้ จานวนไม่น้อย ได้ยินคาพูดของเฉินชาง ทุกคนรอบข้างก็อึ้งไปทันที!
ที่แท้…
สิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็ นความรู ้ทั่วไปมาโดยตลอด เป็ นเรื่องที่ผิด
หมอให้กินอย่างไรก็กินอย่างนั้น อย่าคิดเองเออเอง เอาความรู ้ที่ ไม่รู ้เรียนมาจากไหนไปถกเถียงกับผู้เชี่ยวชาญ นี่มันหาเรื่องกันชัดๆ!
คาพูดของเฉินชางชัดเจนเข้าใจง่าย เป็ นการอธิบายที่มีเหตุมีผล อยู่แล้ว