านี้ก็ปัดความรับผิดชอบไปจากตัวได้หมดจดแล้วนี่นา?
ในศาล เจ้าหน้าที่ยืนเรียงสองฝั่ง มือกุมไม้โบย ฉับพลันนั้นก็เคาะไม้โบยกับพื้นเสียงดังตึงตัง ประหนึ่งเคาะลงบนหัวใจคนก็ไม่ปาน
จังหวะเต้นของหัวใจประสานไปกับจังหวะเคาะไม้โบยอย่างห้ามไม่อยู่ เต้นกระหน่ำรุนแรง
“เวย~ อู่~” [1]
ประกอบกับเสียงร้องเวยอู่ดังกังวานของเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย ชวนให้ผู้คนรู้สึกว่าน่าเกรงขามยิ่งนัก
หากคนที่จิตใจไม่หนักแน่นพอมาคุกเข่าอยู่ตรงนั้น คงบังเกิดความหวั่นเกรงจนสองขาสั่นสะท้าน
ก๊อก
เสียงเคาะไม้สถิตยุติธรรม[2]ดังขึ้น เมื่อใต้เท้านายอำเภอถาม ผู้อยู่ในศาลก็ต้องตอบ
เถ้าแก่ถังไม่คิดฝันเลยว่า วันหนึ่งเหตุการณ์เช่นนี้จะมาเกิดขึ้นกับตนเอง
ก่อนมาถึงศาลทุกประการก็ยังเรียบร้อยดี แต่ครั้นมาถึงแล้วกลับมีคนผลักเขาลงบนพื้นเสียอย่างนั้น
ยังไม่ทันได้ตอบสนอง เสียงข้างต้นก็ดังขึ้นมา ตามมาด้วยเสียงคาดคั้นของนายอำเภอไต้ “ถังหัวชิง เจ้าบังอาจนัก ถึงกับกล้าโกหกข้า!”
ถังหัวชิงคือชื่อจริงของเถ้าแก่ถัง
นายอำเภอไต้ถามคำถามนี้ขึ้นมากะทันหัน เถ้าแก่ถังงุนงงไปเล็กน้อย แต่ก็ได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว ตอบกลับอย่างเยือกเย็นว่า “นายอำเภอไต้ ท่านกล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร? ผู้น้อยจะเคยโกหกท่านตอนไหนกัน?”
ก๊อก
เสียงไม้สถิตยุติธรรมกระทบโต๊ะดังขึ้นอีกครา นายอำเภอไต้ตวาดว่า “บังอาจนัก! พบข้าผู้เป็นขุนนางยังไม่รีบคุกเข่า หรือต้องให้ข้าขอร้องเจ้า?”
“นายอำเภอไต