กสิบ ทั้งสองห่างกันสิบปี แต่คุยกันถูกคอ
เหล่าหยางมักจะโอ้ออวดว่ารถของตนเองขับไม่ถึงหนึ่งร ้อย สามสิบกิโลเมตรมานานมากแล้ว ส่วนเหล่าฉินจะคุยโวว่าตนเคย ช่วยชีวิตหญิงสาวอายุยี่สิบเจ็ดแปดปีคนหนึ่งด้วยการ CPR บนรถไฟ ตอนกลับบ้านเกิด
ทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ เหล่าหยางมักล้อเหล่าฉินว่าต้องเป็ นเพราะ เขาเห็นผู้หญิงคนนั้นสวย ถึงได้ลงมือแน่ๆ
และเหล่าฉินก็จะโกรธจนด่าเหล่าหยาง
พวกเขาเป็ นสองคนที่ทางานในแผนกฉุกเฉินมานานที่สุด ตอน หนุ่มๆ ฉินไท่ซานเคยผ่าตัด ทางานใช ้แรงงานไม่ได้ ตอนนั้น ผู้อ านวยการฝางเห็นว่าเขาน่าสงสาร จึงให้เป็ นพนักงานรักษาความ ปลอดภัยของแผนกฉุกเฉิน
รู ้ตัวอีกทีเขาก็ทางานนี้มาสามสิบปีแล้ว จนลูกแต่งงานแล้ว
ส่วนเหล่าหยางขับรถกู้ภัยมาทั้งชีวิต
ตอนสองทุ่ม ฉินไท่ซานออกไปซื้อถั่วกับแกล้มมาสองถุง ตอน กลับก็สบถอย่างนึกขา “โธ่เอ๊ย ถนนกลายเป็ นน้าแข็งอีกแล้ว เกือบ ลื่นล้ม เหล่าหยาง ตอนออกไปขับช ้าๆ หน่อยนะ”
เหล่าหยางได้ยินค าพูดของฉินไท่ซานแล้วขมวดคิ้วทันที
ฤดูที่เขากลัวที่สุดคือฤดูหนาว
ฤดูหนาวของทุกปี…จะต้องเกิดอุบัติเหตุเพราะหิมะไม่รู ้กี่ครั้งต่อกี่ ครั้ง
เหล่าหยางสูดหายใจเข้าลึกๆ “วันนี้ขออย่าให้เกิดอุบัติเหตุเลย”
ทว่าเพิ่งจะสิ้นเสียง ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังระรัวจากแผนก พยาบาล
เหล่าหยางกับเหล่าฉินสบตากัน
หลังจากเสี่ยวหลินรับโทรศัพท์ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เธอพูด กับเหล่าหยางที่แทะเ