แต่…หัวหน้ำเฉินไม่พูด เฉินชำงก็ไม่สะดวกถำมปล่อยไปตำม ชะตำกรรมก็แล้วกัน
พอคิดถึงตรงนี้ เฉินชำงก็อดส่ำยหัวไม่ได้
ประมำณหกโมงเย็น เสียงรถฉุกเฉินดังขึ้นแล้วหยุดลงที่หน้ำ ประตูแผนกฉุกเฉิน
เฉินชำงเห็นรถต ำรวจสองนำยจอดรถเรียบร ้อยผ่ำนหน้ำต่ำง แผนกพอดี ตำรวจสี่ห้ำนำยลงมำจำกรถ แล้วยังคุมตัวผู้ชำยที่ถูกใส่ กุญแจมือไว้คนหนึ่ง ชำยคนนั้นดูอำยุไม่ถึงสำมสิบ แต่งตัวไม่ เรียบร ้อย ผมย้อมสีดอกเลำ แต่เขำไม่หวำดกลัวสักนิด สีหน้ำสงบนิ่ง อย่ำงกับไม่สนใจคนที่อยู่รอบๆ เลยสักนิด
เฉินชำงเริ่มสงสัยขึ้นมำทันที
หลังจำกอู๋กังกับเจ้ำหน้ำที่ตำรวจร่ำงสูงใหญ่คนหนึ่งพำชำยคน นั้นเข้ำมำแล้วก็สั่งให้เขำนั่งลง
จำงเค่อฉินเดินน ำหน้ำมำ “คุณดูหน่อยสิว่ำเขำเป็ นโรคประสำท หรือเปล่ำ”
เฉินชำงอึ้งไป “หมำยควำมว่ำยังไง ทำไมเหรอครับ”
จำงเค่อฉินเกำหัว อยำกหัวเรำะแต่กลั้นไว้
“วันนี้เจ้ำหน้ำที่ถนนตงฝู่รำยงำนมำว่ำมีคนถือมีดปล้นร้ำนทอง
“พวกเรำได้ยินแล้วรีบออกไปทันที ถึงยังไงก็เป็ นกำรปล้น เรื่องนี้ ร้ำยแรงมำกอยู่ดี
“แต่…พอพวกเรำไปแล้วก็เจอเรื่องน่ำอึดอัดใจเรื่องหนึ่ง ตอนที่ พวกเรำกำลังจะเตือนให้ผู้ชำยคนนั้นวำงอำวุธลง จู่ๆ เขำก็ถือมีดมำ ตะโกนใส่เจ้ำหน้ำที่ว่ำวำงอำวุธลง ผมเป็ นต ำรวจ!”
พอเล่ำถึงตรงนี้ จำงเค่อฉินก็อดส่ำยหัวไม่ได้ “ต่อมำกระบวนกำร จับกุมของพวกเรำก็รำบรื่นดี อีกฝ่ ำยให้ควำมร่วมมือผิดปกติ ตอนที่ เดินยังบอกผมว่ำควำมจริงแล้ว…เข