เฝ่ยมาและเฝ่ยชิงรั่วขับรถไปยังบ้านหลังเล็กอีกหลัง “ชิงหย่า พวกเรามาแล้ว”
ใบหน้าของเฝ่ยชิงรั่วซีดผิดปกติ ก่อนจะรีบวิ่งไปหาผู้หญิงคนนั้น
เมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง ร่างกายของเธอก็สั่นเทาด้วยความกลัว “แม่คะ หนูกลัว”
เสียงฟ้าร้องดังมาจากด้านนอก ซึ่งมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล
ราวกับว่าหากมันผ่าลงมา ก็สามารถคร่าชีวิตเธอได้ง่ายดาย ไม่ต่างจากใช้เท้าบดขยี้แมลงตัวจ้อย!
ช่างน่ากลัวเหลือเกิน
ชิงรั่วไม่คิดเลยว่า เธอจะมีวันที่หวาดกลัวฟ้าร้องได้มากเพียงนี้
เหวินชิงหย่ากอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขน และสัมผัสหัวใจของเฝ่ยชิงรั่วราวกับกำลังปลอบประโลมหัวใจที่หวาดกลัว น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและอ่อนโยน “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ดีขึ้น”
ไออุ่นแผ่ออกมาจากบริเวณที่สัมผัส สีหน้าของเฝ่ยชิงรั่วดูดีขึ้นไม่น้อย และร่างกายของเธอก็ไม่สั่นอีกต่อไป
เหวินชิงหย่าถอดสร้อยคอเงินออกจากคอ มอบให้เฝ่ยชิงรั่ว “เอาสร้อยเส้นนี้ไปสิ พระผู้เป็นเจ้าจะอวยพรแก่ลูกเสมอ ไม่ต้องกลัวอะไรอีก แค่ฟ้าร้องจะทำอะไรได้?”
น้ำเสียงของหล่อนแฝงไว้ด้วยความถือดี มีประกายความเย็นชาแล่นผ่านดวงตา
เฝ่ยชิงรั่วมองสร้อยคออย่างสงสัย ตัวจี้เป็นรูปสลักของพระเจ้าที่มีสีหน้าไร้อารมณ์
เค้าหน้าของเทนในจี้นี้พร่าเลือน มีเพียงตาคู่นั้นที่เฉลียวฉลาด แฝงไว้ซึ่งเมตตา ราวกับว่าท่านสามารถมองทะลุถึงหัวใจผู้คน ยกมือขึ้นเพื่อมอบพรศักดิ์สิทธิ์ให้
ความชื่นชมและความอุ่นใจพลันผุดขึ้นในใจหญิงสาวต