พบอาจารย์เสิน
ใช้คำพูดของพวกเขามาอธิบายก็คือ “เขาเป็นซิ่วไฉเชียวนะ พวกข้าเป็นแค่ชาวบ้านตาดำ ๆ จะกล้าไปยืนต่อหน้าเขาได้อย่างไร?”
“พี่สาม ท่านเป็นคนไปนั่นแหละดีแล้ว ข้ากลัวว่าถ้าข้าไปแล้วปากสั่นพั่บ ๆ แม้แต่พูดก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง”
“ใช่แล้ว น้องสาม เจ้าไปดีกว่า! พวกข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า!”
……
จูซานมองพี่น้องที่พยายามยุตนเองอย่างเต็มกำลังแล้วก็จนใจยิ่ง “อาจารย์เสินไม่ใช่เสือเสียหน่อย ยังจะกินพวกเจ้าได้งั้นหรือ?”
“ไม่เหมือนกันนะ พี่สาม ท่านได้เจอหน้าอาจารย์เสินทุกวันย่อมไม่รู้สึกอะไร แต่พวกข้าไม่ได้หรอก…” จูอู่โบกไม้โบกมือ “ถ้าให้พวกข้าไปอยู่ต่อหน้าเขาคงพูดอะไรไม่ออกกันพอดี”
อย่าเห็นว่าในยามปกติพวกเขารู้สึกว่าตนเองร้ายกาจทีเดียว แต่เมื่อต้องมายืนต่อหน้าคนเป็นบัณฑิต โดยเฉพาะคนมีตำแหน่งด้วยแล้ว กลับรู้สึกขาดความมั่นใจขึ้นมาเป็นอันดับแรก
ถ้าเป็นท่านปู่ซิ่วไฉในชนบท พวกเขามีก็แต่ความเคารพ นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไร
แต่อาจารย์เสินไม่เหมือนกัน เขาเป็นอาจารย์ของจูชีเชียวนะ
ทุกครั้งที่จูชีกลับเรือนมา ทั้งยามเช้า ยามเที่ยง ยามเย็น ล้วนท่องตำราและคัดอักษรอย่างเอาเป็นเอาตาย ขยันหมั่นเพียรอย่างยิ่ง
แค่เห็นก็รู้แล้ว ถ้าคนเป็นอาจารย์ไม่เข้มงวดกวดขัน น้องเจ็ดจะบากบั่นถึงเพียงนั้นหรือ?
กระทั่งต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่ยังไม่ได้เป็นลูกศิษย์อย่างเป็นทางการ แต่ทางพฤตินัยก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ไปแล้ว ยังรู้จักเก็บงำคว