ให้คนผู้นั้นเงยหน้าขึ้นเพื่อให้จูอู่ยืนยัน
“เป็นเขา พี่ใหญ่ ข้าจำได้ เขานี่แหละที่ปล่อยกระถางดอกไม้ลงมา เกือบทุ่มถูกหัวน้องเจ็ดแล้ว” จูอู่สมองปราดเปรียว เพิ่งเข้ามาก็สังเกตได้ว่าความเคลื่อนไหวของพี่ใหญ่ดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก
เขาไม่ได้ปิดบังอำพราง ใช้ถ้อยคำไม่กี่ประโยคก็อธิบายเรื่องราวจนกระจ่าง
“อะไรนะ เกือบทุ่มกระถางดอกไม้ใส่หัวคนแล้ว?”
“ข้าว่าแล้วเชียว ไม่แปลกเลยที่คนเขาตามมาหาถึงที่ ถ้าเป็นข้าก็คงจะอัดเขาเหมือนกัน”
……
ท่ามกลางฝูงชนมีคนมองมาทางนี้พลางหันไปซุบซิบกัน
คนผู้นั้นยังอยากแก้ตัว บอกว่าข้าไม่ได้ทำ เจ้าใส่ร้ายข้า
จูอู่จึงสวนกลับมา “เจ้าบอกว่าไม่ใช่เจ้า แล้วเป็นใคร? ในโรงน้ำชาแห่งนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าก็ต้องเป็นคนอื่น งั้นเจ้าก็บอกมาซิว่าเป็นใครกันแน่?”
“เป็น…” คนผู้นั้นมองไปรอบด้าน คนทั้งหมดจ้องมาที่เขาเหมือนจะเตือนว่า เจ้าลองพูดเหลวไหลดูสิ ข้าจะอัดเจ้าให้!
เขาไม่กล้าชี้ตัวคน จำต้องปล่อยให้จูต้าและจูอู่พาตัวไป
อีกด้านหนึ่ง จูซานพบว่าจูชีหายตัวไป
“ข้าให้เขาไปที่โรงน้ำชา?” จูซานงุนงง เขาอยู่ในห้องนอนมาตลอด จะเคยไหว้วานคนมาบอกให้จูชีไปที่โรงน้ำชาเสียที่ไหน?
บัณฑิตตรงหน้ามีสีหน้างุนงงเช่นกัน “มีคนมาบอกอย่างนั้น เจาะจงเรียกหาศิษย์พี่ซุ่นเต๋อ”
“เจ้ายังจำได้ไหมว่าเป็นโรงน้ำชาไหน?” ไม่รู้ว่าจูซานคิดมากไปเองหรืออย่างไร เขารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
ไม่ได้การ เขาต้องไปหาน้องเจ็ด ไ