าหลี่!”
หลี่เป่าซานยิ้มแล้วส่ายหัว “ความจริงพวกเราควรแข็งก็แข็ง ควรอ่อนก็ต้องอ่อนตาม โรงพยาบาลไม่ใช่แผนกฉุกเฉินของพวกเรา ยังไงซะก็ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เป็นหัวหน้ากับเป็นหมอมันคนละเรื่องกันเลย”
“เป็นหัวหน้า คุณต้องมีความสามารถในอาชีพโดดเด่น มีความสามารถผ่าตัดและวินิจฉัยโรคสูงล้ำ ถึงยังไงคุณเป็นหัวหน้า ฝีมือจะยังด้อยกว่าหมอเด็กไม่ได้ใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวเขาไม่เชื่อถือคุณกันหมด!”
“อีกอย่างนะ ยังต้องคำนึงถึงภาพใหญ่ สายตากับวิสัยทัศน์ต้องยาวไกลหน่อย ต้องวางแผนเรื่องพัฒนาแผนกกับบุคลากรไว้ในใจ ปากท้องไม่รู้กี่คนอยู่กับคุณนะ เขากินไม่อิ่มแล้วจะทำงานให้คุณยังไง”
พอพูดจบหลี่เป่าซานก็หัวเราะแห้งๆ “ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบร้อน”
ปีนี้หลี่เป่าซานอายุห้าสิบเจ็ด ปีใหม่กำลังจะมาถึง หลังปีใหม่ก็อายุห้าสิบแปดปี ตอนที่เฉินชางกลับมารับงานต่อ เขาก็ห้าสิบเก้าแล้ว
พอเฉินชางกลับมา หลี่เป่าซานก็จะเป็นหัวหน้ากิตติมศักดิ์หนึ่งปีแล้วเตรียมต่อสัญญาทำงานหลังเกษียณ
เฉินชางยิ้ม “หัวหน้า รอตอนคุณเกษียณผมจะเลี้ยงเหล้าคุณดีๆ เลย”
หลี่เป่าซานได้ยินแล้วจึงหัวเราะขึ้นทันที “โอเค!”
เขาไม่ได้กินเหล้ามากี่ปีแล้ว ไม่ใช่เพรา