พูดจบก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น หญิงสาวสวยหมดจดในชุดนอนคนหนึ่งเดินเข้ามา “เมิ่งเมิ่งยังไม่พักผ่อนเหรอ”
เมิ่งซีได้ยินเสียงจึงหันไปยิ้มให้ “แม่ มีอะไรเหรอคะ”
ผู้หญิงคนนี้อายุห้าสิบกว่าปีแต่ดูแลตัวเองดี ผมสั้นประบ่าตัดเล็มเรียบร้อย ชุดนอนสีม่วงดูอย่างไรก็ดูแพง! เธอเดินมานั่งลงข้างๆ เมิ่งซี ดูออกว่าเมิ่งซีเหมือนเธอค่อนข้างมาก
“โทรศัพท์นี่ให้ลูก ไปเมืองหลวงลูกจะได้ใช้โทรหาผู้ดูแลบ้าน ไปอยู่บ้าน ไม่ต้องอยู่โรงแรมแล้ว”
เมิ่งซียิ้มให้ “ขอบคุณค่ะแม่!”
“แม่คะ ครอบครัวเรามีบ้านกี่หลังกันแน่คะ หนูไปที่ไหนแม่ให้ที่อยู่หนูทุกที…”
เมิ่งหวั่นหรงอดหัวเราะไม่ได้ “อยากรู้เหรอ”
เมิ่งซีส่ายหัว “ไม่อยากรู้ค่ะ หนูยังเกาะแม่กินได้อยู่!”
เมิ่งหวั่นหรงเห็นว่าพริบตาเดียวลูกสาวก็โตขนาดนี้แล้ว จึงอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ “จริงด้วย เรียกนักเรียนของลูกคนนั้นมาด้วยสิ จะได้มีคนดูแล”
เมิ่งซีได้ยินเข้าก็หัวเราะร่าขึ้นมา “แม่หมายถึงเฉินชางเหรอคะ ต้องให้หนูดูแลเขามากกว่ามั้ง”
“พอเลย ให้เขามารู้จักคฤหาสน์ของพวกเราครอบครัวเมิ่งด้วย!”
รอยยิ้มของเมิ่งหวั่นหรงดูสง่างามภูมิฐานอยู่เสมอ
เธอกับเมิ่งซีพูดคุยกันจนสี่ทุ่มกว่าจึงแยกย้ายกลับไปพักผ่อ