ช่วงประมาณห้าโมงเย็น เฉินชางได้รับสายจากฉินเสี้ยวยวน
เฉินชางมองโทรศัพท์มือถือ ลังเลอยู่นานมาก
ควรรับไหม
รับแล้วจะมีเรื่องไม่ดีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่
หลังจากลังเลอยู่นาน สุดท้ายเฉินชางก็รับสาย ตัดสินใจหยั่งเชิงอย่างระมัดระวังก่อน “ฮัลโหล สวัสดีครับผู้อำนวยการ...”
ฉินเสี้ยวยวนฟังเสียงของเฉินชาง ก็รู้เลยว่าเจ้าหมอนี่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ยอมรับสายเสียที
“อืม มาที่ห้องทำงานผมหน่อย เร็วๆ”
ฉินเสี้ยวยวนพูดประโยคนี้จบก็วางสายทันที มีมาดของผู้อำนวยการอย่างมาก ทำเอาในใจเฉินชางลนลาน
ฉินเยว่มองเฉินชางแวบหนึ่ง ถามอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นคะ”
เฉินชางกลืนน้ำลาย กดเสียงต่ำพูด “คุณพ่อเราเรียกตัวผม!”
ฉินเยว่ชะงัก แทบหัวเราะออกมา “ไปสิ คุณเข้าไปก็พูดว่า ‘พ่อมีอะไรครับ’ ดูสิว่าปฏิกิริยาจะเป็นอย่างไร”
เฉินชางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ช่างเถอะ ผมยังอยากมีชีวิตอยู่นานกว่านี้หน่อย”
หลังจากพูดจบ เฉินชางก็ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินไปทางตึกอำนวยการ
หลังจากเคาะประตู เขาก็พบว่าประตูถูกตนเคาะจนแง้มออก เห็นได้ชัดว่าเหล่าฉินเปิดประตูไว้ให้ตน
ว่าไม่ได้เชียว ตอนนี้เฉินชางถือว่าคุ้นชินกับห้องทำงานผู้อำนวยการแล้ว