สียหน้า จึงทำได้เพียงปล่อยเฝ่ยเฉิงไป สีหน้าของผู้เป็นพ่อบิดเบี้ยวจนแทบดูไม่ได้
“คุณพ่อ อย่าโมโหไปเลยนะคะ เสี่ยวเฉิงมีปัญหามาได้สักพักแล้ว เขาไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปด้วย ไม่กี่วันเขาก็คงกลับมา” เฝ่ยชิงรั่วลอบกลอกตา พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“หรือเขาจะเกลียดครอบครัวเราเหมือนเฝ่ยไป๋ลู่?”
“ฉันคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่เป็นดาวหายนะ เธอนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ!” เฝ่ยชิงรั่วดูจะเจอเป้าหมายในการตำหนิแล้ว เพราะตอนนี้เธอไม่อาจระบายโทสะด้วยวิธีอื่น
จากนั้นหญิงสาวก็แสร้งเปลี่ยนเรื่อง “คุณพ่อคะ ฉันอยากซื้อของขวัญให้แม่ แต่ฉันยังขาดอีกห้าล้าน”
เฝ่ยมากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ชิงรั่ว ซื้อของขวัญราคาถูกไม่ได้เหรอ? งานของพี่ชายลูกตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ เขาถูกลดตำแหน่ง จึงต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อดูแลสิ่งต่าง ๆ ในครอบครัว เรายังจ่ายเงินไม่ได้มากขนาดนั้นในตอนนี้”
เฝ่ยชิงรั่วยังคงไม่ยินยอม “ไม่ได้นะคะ พ่อไม่อยากเซอร์ไพรส์แม่เหรอ?”
เมื่อนึกถึงหญิงสาวผู้อ่อนโยนที่คอยเฝ้าบ้านหลังเล็ก ๆ ที่อบอุ่น ดวงตาของเฝ่ยมาก็เผยแววชื่นชมทันที ไม่นานเขาก็พยักหน้า และพูดว่า “พ่อจะตรวจสอบบัตรให้ ส่วนงานของพี่ชาย… ช่างก่อน ให้เขาแก้ไขเองแล้วกัน”
คำตอบนี้ทำให้เฝ่ยชิงรั่วพึงพอใจไม่น้อย
ช่วงนี้เฝ่ยอวี้กลายเป็นที่เพ่งเล็งของของหลิ่วหลีหมิง ทำให้การงานไม่ค่อยราบรื่นนัก
เพียงแต่การไร้สภาพคล่องทางการเงิน หรือในอนาคตจะลำบากเพียงใด นั่นก็ไม่ใช่เ