ะหย่า คงเตรียมพร้อมแล้วมั้ง”
พอพูดจบสือน่าก็ไม่สนใจด้วยซ้ำ ลุกไปราวน์วอร์ดทันที
พอผ่านเรื่องนี้ เธอก็ทำใจยอมรับได้นานแล้ว ลองผู้หญิงคนหนึ่งหมดใจให้ผู้ชายคนหนึ่งแล้วจริงๆ เด็ดขาดเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
จางเหวินป๋อได้ยินคำสือน่าก็งงไปทันที!
“คุณ…สือน่า! คุณมัน…”
ในขณะที่จางเหวินป๋อกำลังจะหลุดปากด่าทอก็ถูกฉินไท่ซานจ้องเข้าให้ “คุณอะไร! ออกไป!”
สิ้นคำ เขาก็เรียกยามสองสามคนมาไล่จางเหวินป๋อไป
หลังจางเหวินป๋อจากไป เขาก็กลับถึงบ้านด้วยอารามตกตะลึง
แม่อยู่บ้าน พ่อนอนโรงพยาบาล สือน่ายังจะพาลูกไปด้วย บ้านหลังนี้ว่างเปล่าหาใดเทียบ เงียบสุดๆ
จางเหวินป๋อนั่งลงบนโซฟาอย่างหดหู่
ตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ เขายังไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเลย เพราะเขาถูกแม่ยัดเยียดความคิดว่าพ่อไม่ได้เรื่องมาตั้งแต่เด็ก ถึงขนาดที่รู้สึกว่าพ่อชราที่หนักหนึ่งร้อยห้าสิบกว่ากิโลกรับเป็นภาระในบ้าน บางครั้งคุณธรรมกับการศึกษาของคนเราก็ไม่ได้สัมพันธ์กันจริงๆ
เฮ้อ…
จางเหวินป๋อหดหู่จนไม่พูดไม่จา แม่ของเขารินน้ำมาให้แก้วหนึ่ง
“ทางโรงพยาบาล…เป็นยังไงบ้าง” แม่เขาถาม
จางเหวินป๋อพูดสีหน้าไร้อารมณ์ “ผมโดนให้ออกแล้ว…”
แม่เขาอึ้งไป “นะ…นี่มันเป็นไปได้ยังไง!”
จางเหวินป๋อถอนหายใจ “เรื่องจริงครับ นี่เป็นประกาศ”
หลังจากแม่เขาเห็นก็ตะลึงไปทันที “ผะ…ผู้อำนวยการคนนี้ไม่มีตาเลยจริงๆ! โรงพยาบาลตงต้าสาขาสองนี่อีก หัวหน้าอะไรห่วยแตก!”
“ลูกฉันไปท