นอะไรดี”
เฉินชางพลันพูดว่า “กินหม้อไฟไหมครับ ไหตี่เหลา!”
ฉินเยว่ได้ยินว่าหม้อไฟ ดีใจยิ่งกว่าเจอเฉินชางเสียอีก สองตาเปล่งประกาย “ฉันกินชานมไข่มุกได้ไหมคะ”
เฉินชางอดยิ้มไม่ได้ “กินได้ตามสบายเลยครับ”
เขตโรงพยาบาลอันดับสองไม่มีที่จอดรถชั้นใต้ดิน รถจอดอยู่ระดับถนนทั้งหมด ปอร์เช่พานาเมร่าของเฉินชางจอดอยู่ในที่ที่สะดุดตาที่สุด
เฉินชางพูดยิ้มๆ “เป็นอย่างไรบ้าง รถคันนี้สวยไหมครับ”
ฉินเยว่มองบน “ไร้สาระ นี่แพงมากนะคะ…”
จู่ๆ เฉินชางก็พูดว่า “คุณยินดีนั่งหัวเราะบนปอร์เช่ไหมครับ”
ฉินเยว่หัวเราะฮ่าๆ “ถ้าคุณเป็นคนขับ ฉันยินดีนั่งเล่าเรื่องตลกให้คุณฟังบนเบาะข้างคนขับค่ะ”
ระหว่างที่พูด ฉินเยว่พลันจะจูงเฉินชางเดินออกไป “เร็วๆ ค่ะ ไปช้าเดี๋ยวไหตี่เหลาไม่มีที่ ต้องเข้าคิวอีก…”
เฉินชางบีบกุญแจในกระเป๋ากางเกง ไฟรถสว่างขึ้นมาทันที ทั้งยังดังขึ้นทีหนึ่ง
ฉินเยว่ตกใจจนกระโดดไปข้างหลัง “คนบ้า…ตกใจหมดเลย”
จู่ๆ เฉินชางก็เดินไปอยู่ข้างรถ เปิดประตูที่นั่งข้างคนขับ ผายมือเชิญฉินเยว่ “เชิญนั่งครับ”
คราวนี้ฉินเยว่ตะลึงเลย!
“เชี่ยย…เฉินชาง คุณซื้อรถเหรอคะ ทำไมคุณไม่พาฉันไปด้วย นี่แพงขนาดไหนเนี่ย…ปอร์เช่ใช่ไหมคะ คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า ซื้อรถแพงขนาดนี้ทำไมคะ”
……
เฉินชางงุนงงไปทันที คิดว่าฉินเยว่จะดีใจและประหลาดใจเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะโกรธและบ่นอยู่ตั้งนาน…
กางมือนับค่านมลูก ค่าบ้านในพื้นที่โรงเรียน กองทุนการศึกษา ค่าใช