น่ะควรใช้ไม้แข็งตั้งนานแล้ว เป็นถึงผู้อาวุโสของวงศ์ตระกูล แต่กลับจัดการคนในตระกูลตัวเองไม่ได้ แล้วจะเป็นผู้อาวุโสไปทำไม ไม่เป็นเสียยังจะดีกว่า”
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนชายตามองคนผู้นั้น ลอบก่นด่าในใจ
เจ้ายังมีหน้ามาว่าคนอื่น?
เรื่องในวงศ์ตระกูลตัวเองเจ้าก็จัดการไม่ได้เหมือนกัน ไม่อายบ้างรึ?
แต่เขาไม่ได้พูดออกมา เพียงมองไปทางเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านสกุลจู เพื่อดูว่าอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาอย่างไร
สองคนนั้นต่างหากจึงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินชะตากรรมของหมู่บ้านเฉียนเฉวียน
เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสกุลจูพอจะคาดเดาได้แต่แรกแล้ว แต่ก็ยังหันมาสบตากัน แกล้งทำสีหน้าตกอกตกใจ
“ขับออกจากวงศ์ตระกูล?” เจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูกล่าว “เรื่องนี้…ถ้ามองจากมุมมองของหมู่บ้านสกุลจู ใครคิดร้ายต่อคนในหมู่บ้านพวกข้า ข้าก็ต้องอยากลงโทษคนผู้นั้นอยู่แล้ว แต่ว่าผู้อาวุโสสกุลเฉียน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ ท่านไม่อาจหุนหันพลันแล่น”
ผู้อาวุโสสกุลจูกล่าวต่อไปว่า “ใช่แล้ว ถ้าขับไล่คนออกจากวงศ์ตระกูลก็เท่ากับบีบคั้นให้เขาไร้ทางไป นี่จะรุนแรงเกินไปแล้ว…ผู้อาวุโสสกุลเฉียน ท่านต้องไตร่ตรองให้ดีนะ ถึงอย่างไร ครอบครัวของเหล่าเฉียนก็เป็นคนในวงศ์ตระกูลของพวกท่าน”
ผู้อาวุโสสกุลเฉียนมุมปากกระตุก อับจนคำพูด
คนที่บีบให้ข้าแสดงท่าทีคือพวกเจ้าต่างหาก
แต่พอข้าแสดงท่าทีออกมาแล้ว พวกเจ้ากลับแสร้งทำเป็นคนดีมาเกลี้ยกล่อมข้าเ