มกันซักชุดกาวน์อาทิตย์ละครั้ง เฉินชางใส่ไปครั้งหนึ่งพอดี จึงยังเอามาใช้แทนได้!
เทียบกับอาจารย์เมิ่ง เฉินชางคิดว่าตนยังพอไหว สกปรกก็ยังซักได้ แต่ปัญหากระดุมหลุดนี่จะแก้ยังไงดี นี่ไซซ์ใหญ่แล้วด้วย…
พอคิดถึงตรงนี้ เฉินชางถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ คนเป็นนักเรียน…คิดกังวลไม่จบสิ้นจริงๆ เลย!
คนขับรถแท็กซี่เห็นเฉินชาง เอ่ยถามอย่างสงสัยทันทีว่า “ไอ้หนุ่ม เราเป็น…หมอใช่ไหม”
เฉินชางผงะไปแล้วพยักหน้า “ใช่ครับ”
“อุบัติเหตุเมื่อกี้มีคนตายไหม” คนขับรถแท็กซี่เอ่ยถามอย่างเป็นกังวล
เฉินชางส่ายหัว “ตอนนี้ยังไม่มีครับ ผมประเมินดูน่าจะช่วยกู้ชีพมาหมดแล้วมั้ง วางใจเถอะครับ”
คนขับรถแท็กซี่ถอนหายใจโล่งอกแล้วพยักหน้า “เฮ้อ…พวกเรานี่วิ่งรถอยู่บนถนนก็กลัวว่าจะเจออุบัติเหตุทางจราจร เจอเรื่องแบบนี้ทีไรก็รู้สึกจนใจมากทุกที ยังดีที่มีพวกคุณนะ แต่พวกคุณลำบากมากจริงๆ”
เฉินชางยิ้ม “ความเข้าใจจงเจริญ”
หลังจากถึงหน้าประตู ทำอย่างไรคนขับรถแท็กซี่ก็ไม่คิดเงิน เฉินชางมีเงินสดอยู่กับตัวพอดี จึงวางเงินไว้สิบหยวนแล้วก็ไป ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เยอะ…แต่เพราะมีแค่สิบหยวน แถมยังเป็นเงินทอนจากตอนกินข้าวเช้าด้วย
พอถึงโรงพยาบาล เฉินชางก็เข้าไปในห้องผ่าตัดทันที ตอนนี้งานกู้ชีพดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบแล้ว หัวหน้าเถามี่มานำทีมด้วยตัวเอง ด้านหวังข่ายอันมีฐานะเป็นรองหัวหน้าแพทย์แผนกศัลยกรรมทรวงอก มีทักษะแข็งแกร่งมาก ทั้งสองสนับสนุนซึ่งกันแล