งชะงักไปครู่เดียว แล้วก็ยิ้มให้ทันที “ครับ ช่วงนี้งานยุ่ง”
ตอนที่เฉินชางเดินผ่านแผนกฉุกเฉิน ก็เห็นรถฉุกเฉินมาจอดอยู่ตรงประตู อู๋เผิง หมอของแผนกฉุกเฉินกำลังนำทีมหมอกู้ชีพผู้ป่วยอย่างเร่งรีบ
ด้วยความที่อยากรู้อยากเห็น เฉินชางกำลังจะเดินเข้าไปดู แต่ตอนที่เพิ่งจะก้าวออกไป เขาก็หดเท้ากลับเข้ามาอีก…
การปรากฏตัวของฉันคงจะไม่ทำให้อาการของผู้ป่วยร้ายแรงขึ้นใช่ไหม
พอนึกถึงตรงนี้ เฉินชางก็อดส่ายหน้าไม่ได้ มันจะเป็นไปได้ยังไง!
ตัวเองเป็นผู้สืบทอดรุ่นใหม่ของลัทธิสังคมนิยม จะไปเชื่อสิ่งที่อาจจะไม่มีอยู่จริงแบบนี้ได้ยังไง!
พอคิดถึงตรงนี้ เฉินชางก็ตัดสินใจเดินเข้าไปดูว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า
ตอนที่เพิ่งเดินเข้าไป อู๋เผิงก็ทักทายเขา “เฉินชาง?”
เฉินชางพยักหน้า “กำลังยุ่งอยู่เหรอครับ”
อู๋เผิงพยักหน้า แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
เฉินชางเองก็ไม่อยากรบกวน หันตัวเตรียมจะเดินออกไปอยู่แล้ว
ตอนนี้เอง มีเสียงที่ชัดใสดังขึ้น “คุณคือ..เฉินชาง หมอเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองใช่ไหมครับ”
เฉินชางหันตัวไป เห็นชายหนุ่มอายุยังน้อยที่สวมเครื่องแบบของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินยืนอยู่ตรงประตู
เฉินชางพยักหน้า “ใช่ครับ คุณคือ…”
พอหนุ่มน้อยได้ยินแบบนั้น ก็กล่าวอย่างตื่นเต้นทันที “ผมเป็นหมอของศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินครับ ชื่อหลูปิน…
…หมอเฉิน ผมเคยได้ยินเรื่องคุณมาก่อน ตอนนี้เขารู้กันทั้งโรงพยาบาลแล้วว่าถ้าเจอเคสเลือดออก