ไป?”
“เป็นอย่างไรต่อไป? จูเอ้อร์เม่ยไม่ได้ตายอยู่ที่เรือนจูเหล่าโถวเสียหน่อย ต่อให้ต้องคิดบัญชีกันจริง ๆ ก็ไม่เดือดร้อนถึงจูต้าเหนียงหรอก”
“ก็จริง แต่เหล่าเฉียนจะยอมรึ? ดูจากท่าทางของพวกเขาสองพ่อลูกแล้วไม่น่าจะยอมนะ…”
……
ขณะแยกย้ายยังไม่วายถกเถียงกันจอแจ
พวกเขาต่างมีความคิดเห็นของตนเองต่อเรื่องนี้ แต่มีอย่างหนึ่งที่เห็นตรงกัน นั่นก็คือไม่มีใครสงสัยเรื่องการตายของจูเอ้อร์เม่ย
ทั้งไม่มีใครสังเกตว่า ตอนที่จูเอ้อร์เม่ยถูกหามจากไป หมอชาวบ้านของหมู่บ้านสกุลจูก็ตามไปด้วยเช่นกัน
ครั้นหมอชาวบ้านเห็นเย่อวี๋หรานเข้ามาก็รีบเดินเข้าไปหา “จูต้าเหนียง คงได้แล้วกระมัง?”
ชั่วชีวิตนี้เขาไม่เคยทำเรื่องน่าละอายใจเช่นนี้มาก่อนเลย
“ได้แล้ว รบกวนท่านแล้ว ท่านหมอ” เย่อวี๋หรานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “วันนี้ท่านกลับไปก่อนเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไร ข้าจะไปแจ้งท่านอีกที”
“ยังจะมาแจ้งข้าอีก?!” เห็นท่าทางของนาง หมอชาวบ้านก็ว้าวุ่นใจ สงสัยอยู่ครามครันว่าเรื่องนี้คงยังไม่จบ
เขารีบเอ่ยว่า “จูต้าเหนียง ข้าไม่อาจทำเรื่องหลอกลวงคนเช่นนี้อีกแล้ว ข้าเป็นหมอนะ…”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็นหมอ ข้าไม่ได้ให้ท่านไปทำร้ายใคร แค่ให้ท่านช่วยหลอกลวงด้วยเจตนาดีก็เท่านั้นเอง ในเมื่อเป็นการหลอกลวงด้วยเจตนาดี ก็ย่อมไม่ใช่คำโกหก” เย่อวี๋หรานพูด
“แล้วคืออะไร?” หมอชาวบ้านเอ่ยถามอย่างลังเล
“ความดี” เย่อวี๋หรานตอบไปสองคำ นางยังรบกวนหมอชาวบ้านว่าให้ช่วยปิดบั