ิ อาหารเช้าของผมลดลงเหลือห้าหยวนแล้ว”
เฉินชางยิ่งแปลกใจ “มันคืออะไร ทำไมใช้ดีขนาดนั้น!”
หวังเชียนโยนปาท่องโก๋ลงในน้ำเต้าฮวย คนเล็กน้อย แล้วพูดช้าๆ ว่า “กระเป๋าเยียวยาสารพัดโรค!”
เฉินชางงงอีกแล้ว “กระเป๋าเยียวยาสารพัดโรค?”
หวังเชียนพยักหน้า “พอซื้อกระเป๋าให้ ก็รักษาได้สารพัดโรคแล้ว คุณไม่เคยได้ยินเหรอ เชยมาก…”
เฉินชางเข้าใจทันที!
วันๆ ในหัวหวังเชียนคิดแต่เรื่องอะไร
สำนวน [หัวใจฉีกปอดแตก] เมื่อวานยังรับไหว แต่นี่มี [กระเป๋าเยียวยาสารพัดโรค] โผล่มาอีกแล้ว…
“ไม่แปลกใจที่ยังโสด ชางเอ๋อร์ คุณควรเรียนรู้จากผมให้เยอะๆ หน่อยนะ…” หวังเชียนกัดปาท่องโก๋คำหนึ่ง แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจมาก…
ส่วนเฉินชางพอได้เห็นว่าบนปาท่องโก๋เต็มไปด้วยเนื้อเต้าฮวย จู่ๆ ก็มองหวังเชียนอย่างจริงจัง “พี่รองเชียน ผมจะเล่าเรื่องบางเรื่องให้ฟัง!”
หวังเชียนพยักหน้า “หา! ว่ามาสิ…”
เฉินชางเล่าเรื่องผู้ป่วยของเช้าวันนี้ให้ฟังอย่างจริงจัง “เมื่อกี้ผมเพิ่งตรวจผู้ป่วยไปสองคน หนึ่งเป็นผู้หญิงที่มีอุจจาระ…อืม…สีเทา ยาวประมาณนี้…”
พอเฉินชางเล่าจบ ก็หันตัวเดินออกไป
หวังเชียนมองอาหารเช้าของตัวเองด้วยสีหน้าเหม่อลอย กำลังคิดวนเวียนว่าจะกินหรือไม่กินดี…
ถ้าจะให้กิน ก็น่ารังเกียจเกินไป แต่ถ้าไม่กิน ตอนเช้าที่ต้องวิ่งทำงานแน่ ต้องหิวแน่นอน…
เป็นปัญหาที่ทำให้คิดไม่ตก!
พอคิกถึงตรงนี้ หวังเชียนก็ส่ายหน้าเล็กน้อย เฮ้อ…
……
……
ทั้งครึ่งเช้า เฉิน