ชางพบว่าหวังเชียนมองตนด้วยสายตาแปลกๆ อยู่ตลอด พอคิดถึงจุดนี้ เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ จะอาฆาตกันไปทำไม
พยาบาลเล่อเล่อเดินเข้ามาในห้องทำงานแพทย์ หลังจากหลี่เป่าซานเห็นเล่อเล่อก็รีบถามว่า
“เล่อเล่อ การผ่าตัดของแม่คุณ…”
เล่อเล่อเบิกตากว้าง แล้วรีบกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “หัวหน้าแผนก ไม่ต้องรบกวนคุณแล้วค่ะ”
หลี่เป่าซานงงทันที “ไม่ผ่าแล้วเหรอครับ”
เล่อเล่อยิ้ม “ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ หัวหน้าแผนกงานยุ่งขนาดนี้ แค่ผ่าตัดไส้ติ่งง่ายๆ เอง ไม่ต้องเอาวัตถุดิบใหญ่มาใช้กับงานเล็กๆ หรอกค่ะ”
เล่อเล่อยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันให้หวังเชียนผ่าให้ก็ได้”
“หรือคุณจะขอให้เสี่ยวเฉินผ่าล่ะ การผ่าไส้ติ่งของเสี่ยวเฉิน ผมว่ายอดเยี่ยมมาก” หลี่เป่าซานถาม
เล่อเล่อได้ยินแล้วสีหน้าเปลี่ยน ก่อนจะส่ายหน้าบอกว่า “ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ฉันรู้สึกว่าคุณหมอหวังเชียนผ่าได้ดีมาก ไม่ต้องรบกวนหมอเฉินหรอกค่ะ”
หลี่เป่าซานเห็นเล่อเล่อแน่วแน่ขนาดนี้ก็พยักหน้าแล้วเดินออกไป
เฉินชางเองก็แปลกใจเช่นกัน “เล่อเล่อ คุณ…มีอคติอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
เล่อเล่อชะงักไปชั่วขณะ แล้วก็หัวเราะทันที “เปล่าค่ะ ไม่มี จะอคติได้ยังไงคะ”
เฉินชางรับคำ เขารู้สึกแปลกๆ จึงบอกว่า “งั้นผม…ไปเป็นผู้ช่วยพี่รองเชียนแล้วกัน”
เล่อเล่อได้ยินแล้วสีหน้าเปลี่ยนทันที เธอแทบจะคุกเข่า!
“หมอเฉิน พี่ใหญ่เฉิน นายท่านใหญ่เฉิน…ท่านปล่อยแม่ฉันไปเถอะค่ะ…”
คนในห้องทำงานงงทันที มองมาด้วยค