้อยู่ดี เพราะนี่คือข้อบังคับของกฎหมาย ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว อีกทั้งคนในครอบครัวไม่อยู่ในเหตุการณ์ สถานการณ์เช่นนี้หากผ่าตัดจะก็รายงานขึ้นไปยังผู้มีอำนาจสูงสุดได้ หลังจากเบื้องบนอนุมัติแล้วถึงจะผ่าตัดช่วยชีวิตได้
แต่ถ้าคนในครอบครัวผู้ป่วยอยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็ต้องให้พวกเขาเซ็นชื่อ ถ้าไม่เซ็นชื่อก็ไม่มีทางผ่าตัดได้
ตอนนี้ ถ้าภรรยาของหยางหย่วนจงไม่เซ็นชื่อ แม่ไม่พูดอะไร พ่อก็หลับหูหลับตาทำตัวไร้เหตุผล ก็ไม่มีทางผ่าตัดได้แน่นอน
ตอนนี้เอง แพทย์คนหนึ่งรีบร้อนวิ่งออกมาแล้ว “หัวหน้าแผนกหวังครับ ควบคุมความดันโลหิตของผู้ป่วยไม่ไหวแล้ว หลังจากให้เลือดแล้วความดันโลหิตก็ไม่เพิ่มขึ้นอยู่ดี สถานการณ์ตอนนี้อันตรายมากครับ ต้องผ่าตัดแล้ว!”
พ่อตาหยางไม่พูดอะไร
หวังโส้วอดไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาไม่อยากเกี่ยวข้องใดๆ กับน้องเขยคนนี้อีก แต่…
แต่…
ถ้าให้คนป่วยตัวเป็นๆ มาตายอยู่ตรงหน้าเขา ทั้งยังเป็นน้องชายแท้ๆ ของภรรยา…
เขาบอกกับหมอที่ถือหนังสือแจ้งว่า “เสี่ยวหลิว เอามาให้ผม ผมเซ็นเอง!”
“หัวหน้าแผนกครับ…เขา…” เสี่ยวหลิวงุนงงที
หวังโส้วสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง “เอามาให้ผม!”
พ่อตาหยางมีท่าทางแดกดัน ทั้งยังพูดเหมือนลำพองใจอีกว่า “ใครเซ็น คนนั้นก็รับผิดชอบ”
หวังโส้วเดิมทีเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว แต่หลังจากได้ยินประโยคนี้ ก็สบถอย่างเดือดดาลขึ้นมาทันที “แม่งเอ๊ย! ไม่เซ็นแม่งแล้ว!”
เขาโยนกระดาษกับปากกาทิ้งแล้ว!
เหตุการณ์ตร