ลี่ยนท่าทีทันที
นั่นเป็นกำไลหยกที่โปร่งแสงที่สุด อีกทั้งมองปราดเดี๋ยวก็รู้แล้วว่าใช้เวลาหลายชั่วอายุคนกว่าจะทำให้มันวาวและเต็มไปด้วยความละเมียดละไมแบบนี้ได้!
ของสิ่งนี้…ไม่ใช่ของที่จะนำมาขายทำเงินได้ เพราะเป็นสมบัติตกทอดจากวงศ์ตระกูล!
พอคิดถึงตรงนี้ เหล่าฉินก็หน้าดำมืดทันที “เยว่เยว่ ถอดออกมา! เก็บไว้ รอกลับไปบ้านเฉินชางคราวหน้า ลูกคืนให้แม่ของเฉินชางซะ!”
จี้หรูอวิ๋นครั้งนี้ไม่ได้เข้าข้างฉินเยว่แล้ว เธอพยักหน้าเช่นกัน “ใช่ เป็นของล้ำค่าเกินไป นี่เป็นสมบัติที่ตกทอดมาจากวงศ์ตระกูลไม่ใช่เหรอ”
ฉินเยว่ได้ยินแล้วรีบบอกว่า “นี่คือสมบัติประจำตระกูลที่แม่ของเฉินชางให้หนู บอกว่าคุณย่าของเฉินชางให้เธอไว้ ตอนนี้ส่งต่อให้หนูแล้วค่ะ”
เหล่าฉินรีบบอกว่า “แบบนี้ก็ไม่ได้ เป็นของล้ำค่าเกินไปแล้ว ถ้าจะให้ก็ไว้ให้ตอนจะแต่งงาน!”
พอฟังมาถึงจรงนี้ ฉินเยว่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ ใจเธอไม่ได้สนใจว่าของสิ่งนี้จะราคาแพงหรือไม่ แต่เธอรู้สึกว่ามันมีความหมายบางอย่าง ต่อให้เป็นกำไลพลาสติกราคาหนึ่งหยวนก็ไม่เป็นไร พอคิดได้แบบนี้ ฉินเยว่ก็บอกตามตรงว่า “ไม่ได้ค่ะ นี่คือสิ่งที่แสดงว่าคุณแม่ของเฉินชางยอมรับหนูแล้ว เฉินชางก็เห็นแล้วด้วย เขาให้หนูเก็บไว้ให้ดีค่ะ…
…แล้วอีกอย่าง หนูกับเฉินชางก็ไม่ได้เล่นๆ กันนะคะ พวกเราจะแต่งงานกันจริงๆ หนูไม่คืนหรอกค่ะ หนูคิดดีแล้ว หนูจะซื้อกำไลให้คุณน้าวงหนึ่งค่ะ”
หลังจากพูดจบ ฉินเยว่ก็ลุกขึ้น