งยังมีวอลนัทอีกมากมาย อยากจะให้ฉินเยว่และเฉินชางนำกลับไปด้วย แต่ก็นำไปได้ไม่เยอะเท่าไรเลย
ตอนที่กินข้าว เหล่าเฉินก็บอกกับเฉินชางว่า “ชางเอ๋อร์ ต่อไปเวลาไปกลับ ลูกซื้อรถสักคันเถอะ นั่งรถไม่สะดวก ลูกเองก็ขับรถเป็น จะได้พาเยว่เยว่กลับมาบ่อยๆ”
เป็นอย่างนี้จริงๆ เฉินชางเป็นคนที่ขับรถชำนาญ หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ไปสอบใบขับขี่แล้ว เมื่อก่อนพอปิดเทอมกลับบ้านมาก็ขับรถตู้ของเฉินต้าไห่ไปซื้อของที่ตงหยาง
เฉินชางฟังแล้วพยักหน้า
หยางจยาฮุ่ยได้ยินเฉินต้าไห่ชมเฉินชาง เธอก็ย่อมมีความสุขมากอยู่แล้ว หลังจากได้ยินข่าวว่าเฉินชางจะได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญรับเชิญของโรงพยาบาลประชาชนแห่งมณฑลจิ้นหยาง สีหน้าก็ดูเบิกบานใจมาก
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เธอมีความสุขก็คือ ต่อไปนี้ลูกชายจะได้กลับบ้านบ่อยๆ แล้ว
ในฐานะคนเป็นแม่ บางครั้งก็ไม่อยากให้ลูกตัวเองสร้างผลงานยิ่งใหญ่อะไรมากมายนัก แค่ได้ใช้ชีวิตสงบสุขไปตลอด และกลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ ก็พอแล้ว
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มทันที “ซื้อรถเถอะ รีบซื้อสักคันเถอะลูก แม่จะรวบรวมเงินให้ ซื้อรถดีๆ สักคัน! ต่อไปเยว่เยว่จะได้กลับมาเยี่ยมบ้านกับเฉินชาง”
ฉินเยว่พยักหน้า ตอนนี้เธอชอบคุณอากับคุณน้าที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายสองคนนี้มาก
พอกินข้าวเสร็จ หยางจยาฮุ่ยก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะจูงมือฉินเยว่เข้าไปในห้องนอนที่อยู่ข้างๆ
“เยว่เยว่ หนูนั่งลงก่อนจ้ะ”
พอพูดจบ หยางจยาฮุ่ยก็เดินเข้าไปข้างใน หยิ