ที่พวกเขาขึ้นเคลื่อนไปไกลแล้ว เฉินต้าไห่ถึงได้ยิ้มออกมา
ลูกชายโตแล้ว ประสบความสำเร็จแล้วด้วย!
บนรถมีคนไม่มาก ที่นั่งบนรถมีคนนั่งเป็นบางจุด
ฉินเยว่ซบไหล่เฉินชาง กุมมือเขา แล้วจู่ๆ ก็บอกว่า “เฉินชาง พวกเราแต่งงานกันเร็วๆ เถอะค่ะ”
เฉินชางอึ้งทันที พลันหันตัวไปมองฉินเยว่ “คุณเป็นอะไรไป”
“ฉันกลัวว่าคุณจะเก่งเกินไป…แล้ววันหนึ่งคุณก็ไม่ต้องการฉันแล้ว…” ฉินเยว่บ่นเสียงเบา
เฉินชางหัวเราะทันที เขากุมมือฉินเยว่ไว้แน่น ใช้มืออีกข้างบีบจมูกเล็กๆ ของเธอ แล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า “ไม่หรอก คุณคือยัยขี้ประจบฉินของผม ไม่มีคุณผมจะอยู่ได้ยังไง!”
พอฉินเยว่ได้ฟังก็อายจนโมโห “เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน! ยังไม่ได้แก้ไขชื่อใช่ไหม”
เฉินชางยิ้มเขินๆ “ออกจะเหมาะสม เปลี่ยนแล้วไม่ดีหรอก”
ฉินเยว่หันตัวไปจ้องเฉินชาง “ถ้าคุณไม่ต้องการฉันแล้ว หรือต้องการจะมีมือที่สาม มือที่สี่ มือที่ห้าที่หกอะไรขึ้นมา ก็จะไปหาพ่อแม่ของคุณ ให้พวกท่านทวงความยุติธรรมให้ฉัน!”
ขณะที่พูด ฉินเยว่ก็อวดกำไลในมือ “เห็นไหมคะ นี่คือกระบี่อาญาสิทธิ์[2]! คุณน้าบอกไว้แล้วว่าให้คุณดูกำไลหยกวงนี้ไว้ กำไลวงนี้ก็เหมือนเห็นท่าน!…
…ดังนั้น คุณต้องทำตัวดีๆ นะคะ!” ฉินเยว่ยกมือลูบศีรษะเฉินชาง
“แม่ผมถึงขนาดมอบกำไลให้คุณเลยเหรอ” เฉินชางอึ้งไปเลย
ฉินเยว่เลิกคิ้ว กล่าวปนเสียงหัวเราะคิกคัก “ก็ใช่สิคะ คุณอากับคุณน้าชอบฉันแล้วค่ะ!”
เฉินชางกลอกตามองบน “เฮ้อ…หลังจากย่ามอบให