นฉันอยู่ในสายตาจริงๆ ไม่รู้ซะแล้วว่าที่นี่ถิ่นใคร
เฉินชางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นั่งยองๆ อยู่ตรงมุมประตู “คุณไม่รู้เหรอว่าที่นี่ถิ่นใคร”
ฉินเยว่ยิ้มเย้ย “คุณเดาสิว่าฉันกล้าตะโกนบอกคุณอากับคุณน้าไหมว่าข้างนอกมีหมาป่า”
“มีหมาป่าที่ไหนกัน” เฉินชางงงมาก
ฉินเยว่หัวเราะเบาๆ “ตรงประตูมีหมาป่าหื่นกามตัวใหญ่อยู่ตัวหนึ่งไงคะ!”
เฉินชางถอนหายใจ แผน A ล้มเหลว พรุ่งนี้ค่อยคิดแผน B ใหม่แล้วกัน!
เขากลับมานอนที่ห้องแต่โดยดี ไม่ต้องพูดถึงเลย คืนนี้เขานอนหลับสบายเป็นพิเศษ หลังจากขอลาหยุดกลับมาบ้าน ในที่สุดจิตใจที่กระวนกระวายของเฉินชางก็สงบลงแล้ว
ถึงอย่างไรตัวเองก็เป็นคนธรรมดา ยังไม่มีความสามารถถึงขั้นควบคุมโลก ก็ต้องใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาอยู่แล้ว
ในที่สุดก็ได้พักแบบไม่ต้องมีใครรบกวนได้เสียที
วันต่อมา ฉินเยว่ได้สัมผัสประสบการณ์ ‘ถูกไก่ขันปลุกให้ตื่น’ ตอนที่แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง เสียงไก่ขันก็ทยอยดังขึ้นมา เธอตื่นขึ้นแล้วบิดขี้เกียจ
เมื่อคืนหลับลึกมาก หลังตื่นนอนจึงรู้สึกสดชื่น
หลังจากพับผ้าห่มเรียบร้อย ก็เปิดประตูห้องออกมาเงยหน้ามองภูเขาหนานฉวนที่อยู่ไกลๆ เธอสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง อากาศสดชื่นมากจริงๆ เหมือนมีรสชาติหวานอยู่ในอากาศ
ตรงที่ไกลๆ มีสุนัขหน้าโง่ตัวหนึ่งกำลังจ้องแขกไม่ได้รับเชิญ มันอยากจะเห่าแต่ก็ไม่กล้าเห่า เพราะผู้หญิงคนนี้ ตัวเองจึงถูกขังไว้ในกรง
อยากจะเห่าสักครั้ง แต่พอนึกถึงไม้กระบองของเฉินต้าไห