กฉินเยว่เข้ามาเจอเฉินชางแล้ว เธอก็เดินเข้ามาด้วยสายตาอมยิ้ม
“เหนื่อยล่ะสิ”
เฉินชางส่ายหน้า “ไม่เหนื่อยครับ!…พอได้เห็นหน้าคุณ ทุกอย่างก็สบายดี มีแรงขึ้นมาเลย!”
ฉินเยว่กลอกตามองบน “เอ? ฉันว่านะเฉินชาง ตอนนี้ทำไมเวลาฉันได้ยินคำพูดของคุณ ฉันมักจะตีความหมายเพิ่มอีกหนึ่งชั้นตลอดเลย!”
เฉินชางได้ยินแล้วยิ้มเจื่อนทันที
ฉินเยว่เปิดกล่องข้าวเก็บอุณหภูมิออก แล้วบอกว่า
“ฉันทำอาหารมาให้คุณนิดหน่อย รีบกินเถอะค่ะ ฉันเห็นว่าคืนนี้คุณต้องเข้าเวรดึก แต่ก็ยุ่งกับการผ่าตัดมาทั้งวัน คุณไหวหรือเปล่า”
“หรือไม่อย่างนั้น คืนนี้ให้ฉันเข้าเวรแทนคุณไหม”
เฉินชางได้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจทันที ขณะมองสาวน้อยที่รู้ความคนนี้ เขาก็อดยิ้มไม่ได้ “ไม่เป็นไรครับ!”
เปิดกล่องข้าวออก ข้างในเป็นกับข้าวสองอย่าง ซุปหนึ่งอย่างพร้อมข้าวสวย
กับข้าวสองอย่างมีผัดสามเซียนกับไข่ผัดต้นหอม
เฉินชางกินอย่างเอร็ดอร่อยเหมือนหมาป่าเขมือบอาหาร ฉินเยว่นั่งมองอยู่ข้างๆ ตาโตของเธอกำลังจ้องเฉินชางอย่างเฝ้าคอย!
ผ่านไปครู่เดียว ถึงได้ถามอย่างระมัดระวังว่า “อร่อยไหมคะ”
เฉินชางชะงักทันที!
พอเขาเห็นฉินเยว่ท่าทางดูระมัดระวังต่างจากยามปกติโดยสิ้นเชิง เหมือนคนกำลังรอผลสอบ ก็อดถามยิ้มๆ ไม่ได้ว่า “เป็นอะไรไป คุณวางยาในกับข้าวเหรอ”
ฉินเยว่ได้ยินแล้วยกน้ำซุปขึ้นมาทันที แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ฝ่าบาท เสวยยาเพคะ”
เฉินชางสำลักทันที แทบจะพ่นข้าวออกมา!
ยัยเ