ด็กคนนี้ ทะเล้นเกินไปแล้ว
ฉินเยว่มองเฉินชางอย่างเฝ้าคอย “ฉันทำอย่างอื่นไม่เป็นแล้ว ทำเป็นแค่กับข้าวสองอย่างนี้ รสชาติเป็นยังไงบ้างคะ”
เฉินชางยิ้มตอบ “อร่อยเป็นพิเศษเลย!”
“ผมว่าพรสวรรค์ในการทำกับข้าวของคุณดีกว่าการผ่าตัดตั้งเยอะนะ”
“ก็แน่อยู่แล้ว!” ฉินเยว่ปลาบปลื้ม
พอพูดจบ ก็เผยสีหน้าเหี่ยวเฉาทันที “ฉันได้ยินว่าคุณอาคุณน้าเป็นเชฟ ฉันก็เลยกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดี…เฮ้อ!”
พอเฉินชางเห็นฉินเยว่มีท่าทางแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้
“พ่อแม่ผมเป็นเชฟ แต่ก็ไม่ได้จับผิดอาหารที่คุณทำซะหน่อย”
ฉินเยว่ได้ยินแล้วบอกทันที “งั้นวันเสาร์คุณไปเดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ฉันจะซื้อเสื้อผ้าให้คุณสักชุด คุณไม่มีเสื้อผ้าที่เข้าท่าสักตัวเลย เดี๋ยวกลับไปจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเอานะ ทำตัวให้ภูมิฐานหน่อยสิคะ!”
“แล้วฉันก็จะซื้อของขวัญกลับไปให้คุณอาคุณน้าด้วย…”
เห็นฉินเยว่บ่นไม่หยุด วางแผนเป็นฉากๆ อย่างใส่ใจเหมือนเตรียมตัวสอบ
พอได้เห็นแบบนี้ เฉินชางก็ชื่นใจ ทั้งยังรู้สึกได้รับการเติมเต็มด้วย
พอกินข้าวเสร็จ ฉินเยว่ก็เก็บของแล้วออกไป เฉินชางลุกขึ้นกลับห้องทำงานแพทย์
ตอนนี้คนไข้ไม่เยอะ เฉินชางหยิบปากกากับกระดาษขึ้นมานั่งวาดๆ เขียนๆ อยู่ตรงนั้น สรุปการผ่าตัดและการรักษาของวันนี้
นี่คือความเคยชินที่เขาทำมานานแล้ว
โดยเฉพาะการเย็บเส้นเลือดวันนี้ ได้เบิกความสว่างทางสติปัญญาให้เขาเยอะมาก
ประมาณสามทุ่มกว่า เฉินชางกำลังดูคลิปผ่