เขาว่าการตายของมารดาเขาไม่เกี่ยวข้องกับสกุลจูไม่ใช่รึ?
เฉียนซินเงยขึ้นมองไปทางสีหน้าไร้อารมณ์ของเย่อวี๋หราน รู้สึกตงิด ๆ ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“พูดสิ” เย่อวี๋หรานย้ำ
“ยังจะเป็นอะไรได้อีก ก็ต้องชดเชยให้สกุลเฉียนของพวกข้าน่ะสิ…” เหล่าเฉียนเห็นลูกชายไม่พูดไม่จาก็นึกว่าอีกฝ่ายกลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์จึงพูดไม่ออก เขาจึงโพล่งขึ้นมาแทน “ข้าบอกเจ้าไว้เลยนะ พวกข้ามีคนคุ้มกะลาหัว ถ้าเจ้ากล้าไม่เห็นด้วย พวกเจ้าจะต้องได้เห็นดีกันแน่”
“ชดเชย? ชดเชยอย่างไร?”
“เอาสูตรอาหารของพวกเจ้ามาชดใช้ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไป ไม่อย่างนั้นเจ้าคงรู้ว่าจะมีจุดจบอย่างไร”
คนทั้งหลายฮือฮา
สกุลเฉียนจะโลภมากเกินไปแล้วกระมัง?
ทุกคนล้วนทราบว่าตอนนี้กิจการอาหารของสกุลจูกำลังไปได้ดี แล้วเจ้าจะเอาสูตรอาหารของคนเขา มิเท่ากับว่าเอาชีวิตพวกเขาเลยรึ?
ทุกคนมองไปทางเหล่าเฉียนราวกับกำลังมองคนโง่งมผู้หนึ่ง
เฉียนซินอยากกุมขมับ ท่านพ่อ ท่านพูดออกมาเร็วเกินไปแล้ว!
แต่ก็จนปัญญา บิดาของเขาพูดออกมาแล้ว เขาได้แต่พุ่งชนต่อไป “ใช่ เอาสูตรมา จูต้าเหนียง เกรงว่าท่านคงไม่รู้ว่าแม่ข้าเป็นเสาหลักของครอบครัว ตอนนี้แม่ข้ามาตายที่เรือนสกุลจู ไม่เพียงแต่จะตัดแหล่งรายได้ของครอบครัวข้าเท่านั้น แต่แม่ข้ายังตายอย่างไม่เป็นธรรม ถ้าท่านไม่เอาสูตรอาหารมาชดใช้ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายอย่างยิ่ง”
“ผลที่ตามมา? ผลที่ตามมาอะไรกัน? ส่งคนมาสั่งสอนข้างั้นรึ?” เย่อวี๋หร