เฉินชางชะงักไป คิดอะไรอะ
เธอมาเช้าขนาดนี้…เพื่อมาขวางฉันเนี่ยนะ
แต่เมื่อเห็นท่าทางดุดันของฉินเยว่ เฉินชางก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที “อืม! คิดแล้วครับ!”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็รีบแบมือ “ขอมือถือด้วยค่ะ ฉันจะดู!”
จู่ๆ เฉินชางก็รู้สึกว่าเช้าวันนี้ว่างเกินไปหรือไม่ คนไข้ไปอยู่ไหนกันหมด
พวกคุณรีบออกมาสิ!
ปกติแทบจะแซงคิวกันมาเลยไม่ใช่เหรอ
วันนี้ถึงจะไม่แซงคิวมา ผมก็ยินดีตรวจให้พวกคุณ โอเคไหม
รีบพาผู้หญิงคนนี้ออกไปทีเถอะ…
เฉินชางมองฉินเยว่ ยิ้มอย่างกระอ่วน “ผมยังไม่แน่ใจเลยครับ ก็เลยมาแต่เช้าจะได้มาถามความเห็นคุณหน่อยว่าคุณชอบแบบไหน”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็หรี่ตาทันที “งั้นพูดมาเลยค่ะ ฉันจะรอฟังว่ามีอะไรบ้าง!”
เฉินชางขมวดคิ้ว พยายามกระตุ้นเซลล์สมองของตัวเอง จากประสบการณ์ที่รวบรวมมา จากการไตร่ตรองและการเรียนรู้อันเจ็บปวด ทำให้เขาคิดได้ว่าหากพูดคำว่า ‘เล็กหรือน้อย’ อีกฝ่ายต้องไม่พอใจแน่!
คำว่าเล็กหรือน้อยเป็นสิ่งต้องห้ามของฉินเยว่!
“เยว่เยว่คนเบิ้ม!”
“ไสหัวไป!”
เฉินชางกลืนน้ำลาย “ที่รักผู้ยิ่งใหญ่!”
“เหอะ!”
“เอ่อ…”
ในขณะที่เฉินชางกำลังกระตุ้นเซลล์สมองตัวเองไม่หยุดหย่อนอยู่นั้น หนุ่มสาวคู่หนึ่งก็เดินอุ้มลูกเข้ามา! เมื่อเห็นฉินเยว่ หญิงสาวก็เข้ามาจับฉินเยว่ไว้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงกระหืดกระหอบ “หมอคะ…เร็วเข้า! ช่วยลูกฉันด้วยค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินเยว่และเฉินชางก็ไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกันแล้ว รี