บหันไปมองเด็กคนนั้นทันที
ชายหนุ่มไปทำเรื่องตามระเบียบการด้านข้างอย่างเร่งร้อน ส่วนหญิงสาวจูงเด็กเอาไว้ด้วยสีหน้ากระวนกระวาย มองฉินเยว่อย่างหวั่นวิตก
ขณะที่เธอกำลังจะพูด เด็กในอ้อมกอดก็กล่าวขึ้นมาว่า “แม่วางผมลงเถอะ เจ็บไปหมดแล้ว!”
เธอชะงักไป รีบวางลูกลงทันที
พอเฉินชางเห็นเด็กน้อยเตะขาไปมาด้วยท่าทางมีชีวิตชีวาก็ชะงักไป
เด็กคนนี้เป็นอะไร ทำไมต้องช่วย
ฉินเยว่เองก็แปลกใจเช่นกัน “เด็กคนไหนหรือคะ เป็นอะไรมาคะ”
ตอนนี้อีกฝ่ายจึงกล่าวขึ้นว่า “เขานี่แหละค่ะ เปินเปินมานี่สิลูก อย่าวิ่งมั่วซั่ว”
เด็กผู้ชายซนมาก พอเข้ามาที่แผนกฉุกเฉินแล้วก็จับโน่นลูบนี่ มองตรงโน้นตรงนี้ นี่…เหมือนคนที่ต้องการความช่วยเหลือที่ไหนกัน
ฉินเยว่ถามว่า “เด็กเป็นอะไรมาคะ”
หญิงสาวตอบว่า “เขากลืนห่วงฝากระป๋องของลู่ลู่ลงท้องไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ฉินเยว่และเฉินชางก็ชะงักไป
เธอรีบอธิบายต่อ “พอตื่นขึ้นมาตอนเช้า ฉันก็ให้เครื่องดื่มยี่ห้อลู่ลู่เขากระป๋องหนึ่ง ตอนเปิดกระป๋องฉันไม่ทันระวังเลยทำห่วงฝาตกเข้าไปในกระป๋อง แล้วฉันก็เทเครื่องดื่มใส่แก้วให้เขาทาน แต่พอเขาดื่มในแก้วหมดก็ยกกระป๋องดื่มเข้าไปอีก ตอนนี้แหละที่เขากลืนห่วงฝากระป๋องไปด้วย!”
พูดจบเธอก็มีสีหน้าวิตกกังวล “หมอคะ ห่วงมันคมมาก คงไม่บาดท้องเขาใช่ไหมคะ”
ฉินเยว่ฟังถึงตรงนี้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่อีกฝ่ายพูดก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผล
หลอดอาหารของเด็กไม่ได้มีความกว้างเท