เป็น ‘เจ้านายที่อยู่ว่าง’ วัน ๆ ไม่ทำอะไรสักอย่าง
ตอนแรกยังช่วยทำงานเล็กน้อย ต่อมานอกจากกินและดื่มแล้วก็คร้านจะโผล่หน้ามาให้เห็นอีก
“เวลานี้แล้วยังนอนอีก?” เย่อวี๋หรานประหลาดใจ “เอาเถอะ นางอยู่ห้องไหน ข้าจะไปเรียกเอง”
“พี่สะใภ้ใหญ่มีธุระกับนางหรือเจ้าคะ?” จูซานเสิ่นออกจะสงสัย “หรือว่ามีข่าวคราวจากหมู่บ้านเฉียนเฉวียนแล้ว?”
เย่อวี๋หรานยิ้ม “อืม”
“จริงหรือเจ้าคะ?!” จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นตื่นเต้นยินดี รีบพูดทันทีว่า “พี่สะใภ้รออยู่ตรงนี้ ข้าจะไปเรียกคนให้ท่านเองเจ้าค่ะ”
แล้วก็จากไปเคาะประตูด้วยความยินดี
จะไม่ยินดีได้อย่างไร จูเอ้อร์เม่ยกลับบ้านเดิมไม่กี่วันถึงจะเรียกว่า ‘มาเยี่ยมญาติ’ บ่มเพาะน้ำใจต่อกันไว้ก็เป็นเรื่องดี แต่มาอยู่บ้านเดิมนาน ๆ กลับเรียกว่า ‘มีปัญหา’ จะความยุ่งยากหรือความขัดแย้งล้วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นคิดไม่ถึงเลยว่าพวกตนอายุมากแล้ว อีกไม่นานลูกชายก็จะได้แต่งงาน ตนเองก็จะได้เป็นย่าคนแล้ว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องเดือดร้อนใจเช่นนี้
เฮ้อ…
แต่ก็จนปัญญา ผู้ใดใช้ให้พวกนางไม่ใช่สายแข็งเหมือนพี่สะใภ้ใหญ่เล่า แม้พวกนางจะสามารถชักสีหน้าใส่จูเอ้อร์เม่ย แต่กลับควบคุมอีกฝ่ายไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่กลัวพวกนางเลยสักนิด
บริเวณหน้าหมู่บ้านสกุลจู
เหล่าเฉียนกำลังเดินอยู่ดี ๆ ก็พลันชะลอฝีเท้าลง
เฉียนซินเดินนำไปสักพักค่อยสังเกตได้ เขาหันกลับมาพูดว่า “ท่านพ่อ ท่านทำอะไร?