่อเชือกป่านสีจืดชืดกลายเป็นเชือกป่านสีสันสดใส ยามถักเป็นสิ่งของเหล่านี้ก็งามประณีตมากขึ้นจนพาให้คนตะลึง
สำหรับคนชนบททั้งหลาย ทักษะงานฝีมือของหมู่บ้านสกุลจูจัดอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ?”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นกำลังทำงานเรือนกันอยู่ พอเห็นเย่อวี๋หรานและสองสะใภ้มาก็รุดเข้ามาต้อนรับ
ทั้งยกม้านั่งและยกน้ำมาให้
“เกรงใจจริง ๆ พวกข้าเพิ่งรับงานเชือกป่านเข้ามา ในเรือนรกหน่อยนะเจ้าคะ…” จูซื่อเสิ่นมีสีหน้าเกรงใจ
งานเชือกป่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่หมู่บ้านสกุลจูที่สั่งซื้อเชือกป่านกับพวกนาง
ทุกบ้านล้วนมีเชือกป่าน แต่ใช่ว่าใคร ๆ ก็สามารถย้อมสีเชือกป่านออกมาได้งดงาม อีกประการหนึ่งคือใกล้จะถึงช่วงปีใหม่แล้ว ทุกคนจึงเริ่มตระเตรียมข้าวของไว้ล่วงหน้า
เย่อวี๋หรานจึงคิดวิธีหารายได้แบบใหม่ให้หมู่บ้านสกุลจูด้วยการเสนอให้ทำสิ่งของที่แสดงถึงความเป็นสิริมงคลโดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทุกคนจะได้ฉลองเทศกาลปีใหม่กันอย่างครึกครื้นรื่นเริง
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วงนี้ทุกบ้านก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น เป็นเช่นนี้ถึงจะดี ทุกคนมีงานทำ มีงานก็หมายความว่าหาเงินได้ ทุกคนจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเดิม…” เย่อวี๋หรานทักทายพอเป็นพิธี จากนั้นก็ถามถึงจูเอ้อร์เม่ย “จริงสิ ทำไมไม่เห็นเอ้อร์เม่ยเลยเล่า?”
“นาง…นอนอยู่เจ้าค่ะ” จูซานเสิ่นตอบอย่างกระอักกระอ่วน
นางพูดได้หรือว่าตั้งแต่จูเอ้อร์เม่ยมาอยู่เรือนพวกตนก็ทำตัว