งถังขยะ แล้วปล่อยให้คนเร่ร่อนเก็บไป!
หลังจากฉินเสี้ยวยวนรู้ข่าวก็รีบมาที่โรงพยาบาล โทรหาฝ่ายกิจการแพทย์และแผนกที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทำข้อมูลรายงานให้เรียบร้อย
พวกเขาอาศัยช่วงเวลานี้ตรวจร่างกายและเจาะเลือดให้เด็ก
หลังจากแผ่นเอกซเรย์ออกมาแล้วทุกคนได้เห็นแขนที่ผิดรูปชัดเจนก็อดเศร้าใจไม่ได้ พวกเขาทอดถอนใจขณะมองเด็กน้อยถูกฉีดยาระงับประสาท
ตอนนี้คนเร่ร่อนไม่กล้าก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้ว ได้แต่ใช้สายตาปกป้องเด็กน้อยเงียบๆ
หวังอวี้ซาน ทังจินโปและอาจารย์อีกสองคนเริ่มหารือเรื่องวิธีการรักษาแล้ว
ตอนที่เฉินชางกำลังฟัง จู่ๆ ก็มีคนมาดึงชายเสื้อเขา
เฉินชางหันตัวมามองคนเร่ร่อนแล้วถามว่า “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
คนเร่ร่อนมองไปรอบๆ แวบหนึ่ง บอกใบ้ให้เฉินชางเดินออกมา
เฉินชางพยักหน้าแล้วเดินตามออกไป
คนเร่ร่อนหยิบกระดาษขึ้นมาเขียนข้อความว่า ‘ให้ผมออกเงินรักษาเด็กคนนี้ได้ไหม ผมจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้จนเติบโต’
ประโยคนี้ทำให้เฉินชางอึ้งไปเลย
จะมีการสืบหาตัวพ่อแม่เด็กผ่านหน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะแน่นอน ถ้าหาไม่เจออาจถูกส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์
แต่…ถ้าเป็นอย่างนั้น คนเร่ร่อนก็อาจเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดู
อีกทั้งการเก็บเด็กมาเลี้ยงแบบนี้ โดยทั่วไปกฎหมายยังไม่ยอมรับ
ถึงตอนนั้นเวลาจะใส่ชื่อเข้าทะเบียนบ้านยังเป็นปัญหาเลย
แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของคนเร่ร่อน เฉินชางก็อาจจะเข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร
เด็กคนนี้อาจจะเป็