รวะพวกคุณ!”
ดื่มเหล้าไปเยอะมาก ทังจินโปเมาแล้ว
ระหว่างทางที่กลับโรงแรม พูดไปพูดมาก็เริ่มร้องไห้ “หวังอวี้ซาน ไอ้เวรเอ๊ย ถึงขั้นไม่รับโทรศัพท์ฉันหลายปีเลยเหรอ แม่งเอ๊ย…นายคิดว่านายไม่โทรหาฉัน แล้วฉันจะโทรหานายเหรอ”
“ฉางหงเหล่ย! เธอบอกแล้วไงว่าตอนนั้นจะ…”
“หงเหมย พวกเรายืนหยักทำงานของพวกเรา ตอนนี้มีคนหนุ่มสาวมารับช่วงต่อแล้ว!”
ขณะประคองศาสตราจารย์ทังกลับโรงแรม เฉินชางหนักใจอยู่นานมาก
เจียงเทาเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าที่แท้ตอนแรกอาจารย์ก็มีช่วงเวลาที่มีความหมายแบบนี้เหมือนกัน
เฉินชางมองศาสตราจารย์ทังที่ยังนอนร้องไห้อยู่บนเตียง จู่ๆ ในใจเกิดบางสิ่งที่เรียกว่าความรับผิดชอบและภารกิจ
คนรุ่นศาสตราจารย์ทังปูพื้นฐานที่เหนียวแน่นไว้ให้พวกเรา
หรือว่าธงใหญ่ผืนต่อไป ควรจะเป็นพวกเราที่แบกขึ้นมา
พอนึกถึงตรงนี้ เฉินชางก็มองเจียงเทาแวบหนึ่ง ตอนนี้เจียงเทาตาแดงก่ำ เขาเองก็ดื่มไปเยอะเหมือนกัน
ตอนที่ออกจากโรงแรม หลี่อวี่เรียกเฉินชางไว้แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ศาสตราจารย์เฉิน ปีหน้าผมจะเรียนจบแล้ว ผม…ผมอยากไปทำงานกับคุณครับ!”
เฉินชางอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกว่า “ผมจะรอคุณครับ!”
หลี่อวี่พยักหน้า กลับมาที่ห้องในโรงแรม ตอนเห็นอาจารย์ตัวเองที่จนเมามายร้องไห้ฟูมฟาย เขาก็ปวดใจทันที
เขาแอบสาบานว่า “อาจารย์ครับ เส้นทางที่เหลือ ผมจะเดินให้สุดทางแทนอาจารย์เอง!”
ระหว่างทางกลับ จู่ๆ เจียงเทาก็พูดขึ้นว่า “ศาสตราจารย์…เฉิน!”