ริงๆ ครับ”
พอได้ยินเฉินชางเรียกลูกชายว่าพี่เจียฮุย ข่งเสียงหมินก็ชะงักนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้าครุ่นคิด แล้วกล่าวเสียงเรียบว่า “อืม เจียฮุย ต่อไปนี้หมอเฉินก็คือน้องชายของแก มีเรื่องอะไรก็ช่วยเหลือกัน ครั้งนี้เสี่ยวเฉินช่วยลูกไว้เยอะเลย!”
ประโยคนี้ทำให้คนที่อยู่รอบๆ ตะลึงค้างทันที
แม้แต่ฉินเสี้ยวยวนที่อยู่ข้างหลังก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก
นี่มัน…
ไม่ทันรอให้เขาตอบอะไร ข่งเสียงหมินพูดต่อไปว่า “แล้วอีกอย่าง เสี่ยวเฉิน เรียกผมว่าคุณข่งฟังดูห่างเหินเกินไป ต่อไปเรียกว่าคุณอาข่ง ถ้ามีเวลาว่างก็มาเป็นแขกบ้านเราได้”
ภรรยาของข่งเสียงหมินก็พยักหน้าเช่นกัน “ใช่แล้ว! ถ้ามีเวลาว่าง เสี่ยวเฉินก็มาเที่ยวบ้านเราบ้างนะจ๊ะ”
ตอนนี้คนที่อยู่รอบๆ อดกลืนน้ำลายไม่ได้!
นี่มัน…
แม่งเอ๊ย แบบนี้คุ้มมาก!
ตอนนี้ถือว่าได้สร้างคอนเนคชั่นกับข่งเสียงหมินแล้ว
อนาคตยาวไกล
ฉินเสี้ยวยวนตบหน้าผากตัวเอง เมื่อไม่กี่วันก่อนตัวเองยังบอกให้เฉินชางสร้างคอนเนคชั่นเพิ่มอยู่เลย…
ไม่แน่ว่าอาจจะได้เจอบุคคลผู้ทรงคุณค่าอะไรทำนองนั้น!
ตอนนี้ได้เจอกับข่งเสียงหมินแล้ว
เจ้าเด็กนี่…เป็นตัวเอกงั้นเหรอ
โชคดีเกินไปหรือเปล่า!
พอคิดถึงตรงนี้ จู่ๆ ฉินเสี้ยวยวนก็นึกขึ้นได้ว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับเขาเสียหน่อย
ตอนนี้เอง จู่ๆ โทรศัพท์ของฉินเสี้ยวยวนก็ดังขึ้น
หลังจากรับโทรศัพท์ พบว่าปลายสายคือถานลี่กั๋ว
“เหล่าฉิน ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพที่ผมเล่าให้คุณฟ