งาคนแล้ว เสียงของเขาก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีแต่ต้องทำเช่นนี้จึงจะสามารถระบายความขุ่นเคืองในใจออกมาได้
เขาแน่ใจว่าคนในหมู่บ้าน ‘ดูถูก’ เขาเช่นนี้เพราะครอบครัวของเขายากจนเกินไป
เขาจะให้พวกนั้นได้เห็น วันใดที่ลูกชายของเขาช่วยจัดการธุระให้ ‘คนใหญ่คนโต’ ได้สำเร็จ พวกเขาก็จะมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ ถึงตอนนั้นก็จะมีแต่ลาภยศสรรเสริญไม่จบสิ้น
เพิ่งกลับถึงเรือนก็เห็นหลานชายหลานสาวหลบอยู่ตรงมุมกำแพง ท่าทางเหมือนเพิ่งถูกทุบตีมา
สะใภ้ใหญ่ยกอาหารออกมาจากห้องครัวด้วยท่าทางขลาดเขลา
เหล่าเฉียนเห็นเช่นนั้นก็ทราบว่าลูกชายกลับมาแล้วจึงรีบเดินเข้าไปในเรือน
ภายในเรือน เฉียนซินเห็นอาหารที่ภรรยายกเข้ามาก็ตบโต๊ะด้วยความโมโห “นี่มันอาหารหมูหรืออะไร? ข้าบอกให้เจ้าใส่ข้าวเยอะ ๆ เจ้ากลับเอาแต่ผักป่ามาให้ข้า เจ้าเห็นข้าเป็นหมูงั้นเรอะ?”
ภรรยาของเฉียนซินตกใจจนร่างสั่นเทิ้ม “เปล่า…เปล่านะ…ไม่เหลือของกินแล้ว”
เพราะแม่สามีถูกพ่อสามีไล่กลับบ้านเดิมไปแล้ว อาหารการกินภายในเรือนจึงไม่มีการจำกัดปริมาณอีก พ่อสามีให้ทำเท่าไหร่ก็ทำเท่านั้น
คราวนี้ดีนัก ผ่านไปไม่กี่วัน ข้าวสารก็หมดแล้ว
ใช่ว่าภรรยาของเฉียนซินจะไม่เคยรายงานเรื่องนี้ต่อพ่อสามีมาก่อน แต่เรื่องนี้ยามปกติแม่สามีเป็นคนดูแล พ่อสามีไม่สนใจด้วยซ้ำ เพียงโบกมือกล่าวว่า “ให้เจ้าหุงก็หุงไปสิ พูดอะไรเยอะแยะ?”
คนอื่นพอเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วยังได้เก็บเกี่ยวมันเทศต่ออีกรอบ แ