ฉินชางยังอยู่ในขั้นศึกษาเรียนรู้ หากแบ่งงานไปจะต้องยุ่งขึ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัยเลย และสาเหตุรองลงมาก็คือเอกลักษณ์ของเฉินชาง
โดยพื้นฐานแล้วเฉินชางมีความรู้หลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นศัลยกรรมทรวงอก ศัลยกรรมตับและถุงน้ำดี หรือจะเป็นศัลยกรรมมือ เฉินชางก็ทำได้ทั้งหมด
ทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่ง หลี่เป่าซานจึงรับรู้ถึงความพิเศษของเฉินชางขึ้นมาแล้ว หากจะมอบหมายตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งให้เขา สู้ให้เขารั้งตำแหน่งอิสระของแผนกจะดีกว่า ส่วนไหนต้องการก็ไปทำที่ส่วนนั้น
หากดูผิวเผินเหมือนจะเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยสำคัญอะไร แต่ความจริงเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด มีลักษณะงานเหมือนกับหลี่เป่าซานนั่นเอง
ในฐานะที่หลี่เป่าซานเป็นหัวหน้าแผนกฉุกเฉิน สิ่งที่เขาต้องทำก็คือให้ความร่วมมือกับแผนกต่างๆ และโรงพยาบาลในการผ่าตัดเคสเร่งด่วน
แม้เฉินชางจะเป็นเพียงแพทย์ดูแลไข้ แต่ก็ถูกหลี่เป่าซานจับไปวางไว้ในตำแหน่งที่สำคัญมากที่สุด นั่นเป็นเพราะหลี่เป่าซานพบว่าช่วงนี้ภาระของตนลดลงมาก ดูเหมือน…พอทุกคนมีเรื่องอะไร หากไม่มาเรียกตนก็จะเริ่มเรียกหาเฉินชางแล้ว!
นี่ทำให้หลี่เป่าซานที่วิ่งรับความกดดันของงานมาเป็นเวลานานสบายขึ้นไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เฉินชางยังทำงานของหัวหน้าแผนกทุกวันด้วย เช่นการราวด์วอร์ด หรือตรวจเยี่ยมคนไข้นั่นเอง!
เวลาเก้าโมงกว่า เฉินปิ่งเซิงถือประวัติผู้ป่วยแล้วโยนไปให้เฉินชางอย่างคุ้นชิน “เสี่ยวเฉิน ไปราวด์”
สือน่าท