ไรด้วย
เพราะหลี่ซื่อมาช่วยผลักดันอีกแรง เรื่องหลิวซื่อต้มยาให้จูเอ้อร์เม่ยจึงผ่านไปอย่างราบรื่น
ยานี้ใช้เงินสองร้อยกว่าเหรียญซื้อมา ถึงแม้จูเอ้อร์เม่ยจะรังเกียจว่ามีรสชาติขม แต่ก็ตัดใจปล่อยให้สิ้นเปลืองเงินโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ จึงมาดื่มยาทุกวันแต่โดยดี
นางดื่มต่อหน้าเย่อวี๋หรานจนหมดเกลี้ยง
“เท่านี้คงได้แล้วกระมัง?”
ดื่มเสร็จแล้ว จูเอ้อร์เม่ยยังคว่ำถ้วยเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เย่อวี๋หรานแสดงออกว่าพึงพอใจ “ได้ รอจนปาเม่ยย้อมผ้าเสร็จแล้ว ข้าจะสอนวิธีตัดชุดให้เจ้า”
จูเอ้อร์เม่ยได้ยินดังนั้นก็ไม่พอใจ “ข้าก็ตัดเป็น ยังต้องให้ท่านสอน?”
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าราบเรียบ นางลูบลายเมฆมงคลที่สง่างามตรงชายชุดของตนเองพลางเอ่ยว่า “เจ้าอิจฉาที่ชุดข้างามไม่ใช่หรือ ยังคิดว่าจะสอนเจ้าสักหน่อย ถ้าเจ้าไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร”
“ข้าไปอิจฉาตอนไหน? ข้าไม่ได้อิจฉาเสียหน่อย…” ปากกล่าวเช่นนั้น แต่สายตาของจูเอ้อร์เม่ยกลับมองไปบนร่างเย่อวี๋หรานอย่างไม่เชื่อฟัง
จำต้องยอมรับว่าชุดของพี่สะใภ้ใหญ่งดงามจริง ๆ ใช้ผ้าแบบเดียวกับคนอื่นแท้ ๆ แต่ชุดที่เจ้าตัวเป็นคนตัดกลับงดงามกว่าใคร
คนอื่นแค่เห็นก็รู้ว่าเป็นสตรีชนบท แต่พี่สะใภ้ใหญ่ของนางกลับแต่งกายราวกับคนในตำบล
จูปาเม่ยยังย้อมสีผ้าไม่เสร็จ จูเอ้อร์เม่ยก็เทียวแวะเวียนมาทางนี้ ต้องการทราบจากเย่อวี๋หรานว่าตั้งใจจะสอนนางตัดชุดแบบไหน
“ผ้ายังย้อมสีไม่เสร็จเลย