จะรีบไปทำไม? ไปทำธุระของเจ้าเถอะ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวข้าจะบอก” เย่อวี๋หรานปรายตามองอีกฝ่ายพลางถามต่อไปว่า “เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เวลาปลดทุกข์ไม่ดำแล้วใช่ไหม?”
จูเอ้อร์เม่ยได้ยินเช่นนั้นก็ปิดจมูกไว้ทันที “โธ่เอ๊ย พี่สะใภ้คนดีของข้า เรื่องปลดทุกข์ของคนอื่นท่านก็ยังอยากรู้ ท่านไม่รังเกียจว่าเหม็นบ้างหรือ?”
ย้อนนึกถึงตอนเข้าห้องสุขาหลังจากกินยาครั้งแรก ตัวนางเองยังหวิดจะเหม็นจนสลบไปแล้ว ในใจก็นึกขยะแขยง ไม่อยากคุยเรื่องนี้กับเย่อวี๋หรานเลยสักนิด
ไอ้หยา มารดามันเถอะ อย่าพูดถึงจะได้ไหม
ชั่วชีวิตนี้นางไม่เคยถ่ายท้องได้ทั้งดำปี๋และเหม็นโฉ่ขนาดนั้นมาก่อน เกือบทำให้นางขาดใจตายคาห้องสุขาเสียแล้ว
ตอนนั้นจูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นกำลังทำงานอยู่บริเวณลานเรือน ทันใดนั้นพลันได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ก็ต้องสะดุ้งตกใจ
“ไอ้หยา สวรรค์ นี่มันอะไรกันเนี่ยถึงได้เหม็นปานนี้?!” จูซานเสิ่นสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ หลายที แล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ “ดูเหมือนจะลอยมาจากทางห้องสุขาเรือนพวกเราเลยนะ?”
จูซื่อเสิ่นบีบจมูกทันที หมดความคิดจะทำงานต่อไปแล้ว “อะไรกัน คงไม่ใช่ว่าหมูของพวกเราตกลงไปในบ่อเกรอะหรอกนะ?!”
ไม่อย่างนั้นจะกลิ่นเหม็นแบบนี้ลอยออกมาได้อย่างไร ถ้าไม่ได้มาจากห้องสุขาแล้วจะมาจากไหน?
พวกนางนึกสงสัยจึงตรงไปทางห้องสุขาโดยไม่รีรอ
จูเอ้อร์เม่ยที่กำลังปลดทุกข์อยู่ในห้องสุขาและเกือบจะถูกกลิ่นตัวเองรมดับไปเสียแล้วนิ่งงัน “…”
ห้