อกี้คุณทำอะไรคะ”
ฉินเสี้ยวหยวนกระซิบข้างหูอีกฝ่าย “ผมจะบอกคุณให้ วันนี้ผมเจอเสี่ยวเฉินที่โรงพยาบาล เห็นเขาสวมเสื้อสเวตเตอร์เหมือนที่ผมมีเลย! ผมสงสัยว่า…เยว่เยว่ขโมยไปให้ไอ้เด็กเฉินชางนั่นหรือเปล่า!”
จี้หรูอวิ๋นได้ยินก็ชะงักไป ก่อนพูดขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ “คงไม่หรอกมั้งคะ เสี่ยวฉินจะทำเรื่องแบบนี้ได้หรือ”
ฉินเสี้ยวหยวนพยักหน้า ก่อนหน้านี้จะทำได้หรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ต้องทำได้แน่นอน!
“คุณจำเรื่องสูทของผมไม่ได้หรือ”
จี้หรูอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดตู้ทันที เห็นว่ามีเสื้อสเวตเตอร์สีกากีแขวนอยู่ข้างในจึงผ่อนลมหายใจออกมา “ก็นี่ไม่ใช่หรือคะ ยังอยู่ดีนี่!”
ฉินเสี้ยวหยวนชะงักไปทันที หรือว่าเขาจะเข้าใจเยว่เยว่ผิดไปเอง ความจริงเยว่เยว่ไม่ใช่ยัยตัวร้ายหรือ
ในตอนนี้เอง ฉินเยว่ก็พูดเจือเสียงหัวเราะ “พ่อคะแม่คะ กินข้าวได้แล้ว อาหารเสร็จแล้วค่ะ!”
จี้หรูอวิ๋นถลึงตาใส่ฉินเสี้ยวหยวน “คุณคิดมากไปแล้ว ดูสิ ลูกสาวคุณทำกับข้าวให้คุณกินน่ะ ยังจะมาสงสัยเธออีก เหล่าฉินหนอเหล่าฉิน คุณทำงานมากไปหรือเปล่า”
ฉินเสี้ยวหยวนหน้าแดง “กินข้าวเถอะครับ!”
ฉินเสี้ยวหยวนกินข้าวด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย!
หรือเขาขี้สงสัยเกินไปจริงๆ
คิดแล้วฉินเสี้ยวหยวนก็นึกถึงเรื่องของถานลี่กั๋วตอนเลิกงานวันนี้ สุดท้ายก็อดถอนใจไม่ได้
ดูแล้วเขาคงต้องคิดทบทวนตัวเองเสียบ้างจริงๆ อาจเป็นไปได้ว่าเลขาถานกำลังมอบทางลงให้เขา เป็นสัญญาณขอส