่วยไม่เป็นอะไรแล้ว”
สิ้นจบทุกคนก็ผ่อนลมหายใจออกมา!
ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว!
ทั้งสี่รีบเดินตามเล่อเล่อเข้าไปในห้อง
ถึงตอนนี้ ผู้ป่วยยังคงพยายามอธิบายกับเฉินชางว่าตัวเองป่วยอยู่เลย!
“หมอครับ! คุณต้องตรวจให้ดีนะครับ ผมป่วยจริงๆ!”
“อย่าถ่วงเวลาเลยครับ…”
คนทั้งสี่เห็นจางเสี่ยวกังชี้มือชี้ไม้วาดเท้าอยู่บนเตียงอย่างมีชีวิตชีวาเช่นนั้น สีหน้าก็ดูดีขึ้นมาก เขามีท่าทางที่คนป่วยสมควรมีที่ไหนกัน…แต่! หากจะพูดว่าตรงไหนดูไม่ค่อยปกติแล้วล่ะก็ ดูเหมือนจะสมองไม่ปกตินะ…หรือจะเป็นผลข้างเคียงจากการหมดสติ เพราะจางเสี่ยวกังพูดย้ำอยู่ตลอดว่าตัวเองป่วย! และให้เฉินชางตรวจให้ดี!
นี่ทำให้คนทั้งสี่ที่เพิ่งเข้ามามึนงง
ทุกคนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าสับสน ไม่ทราบว่าจะทำเช่นไรดี ทว่า…หลิงหลิงว่าที่เจ้าสาวของผู้ป่วยเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาก็เผยสีหน้าโศกเศร้าออกมา!
คงไม่ใช่ว่าเขาเสียใจที่ต้องแต่งงานหรอกนะ
เพราะไม่อยากแต่งงานกับเธอเลยแกล้งป่วยสินะ
นี่เขา…
คิดถึงตรงนี้ หลิงหลิงก็มีท่าทีโศกเศร้าทันใด เธอรู้สึกอัปยศอดสู หมุนตัวคิดจะเดินออกไปทันที
จิตใจของผู้หญิงค่อนข้างอ่อนไหวง่าย มารดาของฝ่ายชายที่ยืนอยู่ข้างกันพบความผิดปกตินี้เข้าจึงหันไปดึงเธอไว้ “หลิงหลิง ไม่ต้องร้อนใจไป ดูก่อนว่าหมอจะว่ายังไง”
จากนั้นบิดาของจางเสี่ยวกังก็เดินมาด้านหน้า ก้มลงมองลูกชายที่ไม่ได้เรื่องได้ราวของตน จากนั้นจึงมองเฉินชาง “หมอ