็ได้สติขึ้นมาทันที!
แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง คนแซ่เฉินอย่างเขาเป็นคนประเภทกลัวเมียด้วยหรือ
แน่นอนว่าไม่ใช่!
ภายในห้องคึกคักมาก ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับเพื่อนร่วมงานคนใหม่ หรือจะเพื่ออวยพรแก่เขาก็ควรเฉลิมฉลองกันสักครั้ง เฉินชางตบขาฉาดใหญ่ นัดกินข้าวกับทุกคนมื้อหนึ่ง
เสียงเอะอะเช่นนี้ทำให้บรรยากาศในห้องครึกครื้นขึ้นมาในชั่วพริบตา
ตอนนี้ในห้องมีแต่คนหนุ่มสาว ส่วนคนรุ่นเฉินปิ่งเซิงมีผ่าตัด หนุ่มๆ สาวๆ จึงเฮฮากันได้
หวังข่ายอันมองดูบรรยากาศที่นี่ จู่ๆ ก็ยิ้มออกมาด้วยความอิจฉา เขาเป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง มิฉะนั้นคงเข้ากับเพื่อนๆ ที่โรงพยาบาลตงต้าสาขาสองได้นานแล้ว
แผนกฉุกเฉินแห่งนี้บรรยากาศไม่เลวจริงๆ
ฉินเยว่เองก็แค่ล้อเล่น เลี้ยงข้าวมื้อหนึ่งจะใช้เงินเท่าไหร่กันเชียว
ทว่าเมื่อเห็นท่าทางของเฉินชางก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา!
ไม่ได้แล้ว! ต้องคิดหาโอกาสและเหตุผลดีๆ ซะแล้ว หากไม่มีเหตุผลก็ต้องแถให้ได้ ต้องคิดให้ดีว่าจะจัดการเขายังไง
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ฉินเยว่ก็เริ่มใช้ความคิด
หลัวโจวเดินเข้ามานั่งลงข้างเฉินชาง “สุดยอดไปเลยชางเอ๋อร์ เขียนวิทยานิพนธ์ดีๆ ได้ตั้งสองเล่มแน่ะ เก่งสุดๆ”
เฉินชางยิ้มกระอักกระอ่วน “แค่โชคดีน่ะ โชคดี มีคนช่วยติดต่อให้ ไม่งั้นคงไม่ง่ายขนาดนี้หรอก”
เฉินชางพูดจบก็ยิ้มออกมา “ช่วงนี้ฉันยุ่งจนไม่ได้สนใจเรื่องสัมภาษณ์ของนายเลย แต่ได้เข้ามาก็ดีแล้ว”
หลัวโจวพยักหน้ายิ้มๆ “อืม อย่างน้อยก็ม