ั่นคงขึ้นกว่าเดิม แล้วโรงพยาบาลก็ให้สวัสดิการพวกเราไม่น้อยเลย บอกว่ารายได้เท่าเทียมกัน อีกสามปีก็จะเพิ่มกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ด้วย อย่างอื่นก็แตกต่างกันไม่มาก”
เฉินชางตอบอืมไปคำหนึ่ง “อืม ฉันก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน ดูเหมือนตอนนี้จะยกเลิกการบรรจุแล้ว อีกอย่าง งานอย่างพวกเรา เรื่องการบรรจุก็ยังไม่แน่ว่าจะเป็นเรื่องดี ถ้านายมีความสามารถจะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับทักษะความสามารถ”
พูดถึงตรงนี้เฉินชางก็มองหลัวโจวแล้วกล่าวต่อไป “นายติดตามอาจารย์เฉินปิ่งเซิงก็ได้ ตอนนั้นฉันก็ติดตามเขาเหมือนกัน เขาเป็นคนดีทีเดียว แล้วก็เป็นหมอศัลยกรรมทั่วไปเหมือนนายด้วย คงคุยถูกคอกับนาย”
หลัวโจวพยักหน้า ยังไม่ทันพูดอะไร พยาบาลคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาแล้วมองไปรอบๆ สุดท้ายก็หยุดมองที่เฉินชาง “หมอเสี่ยวเฉิน มีผู้ป่วยหมดสติมาที่แผนกค่ะ!”
เฉินชางชะงักไป เขารีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกไปด้านนอกทันที สวีตงตงที่อ่านหนังสืออยู่ข้างๆ ก็เดินออกจากห้องตามไปด้วย
วันนี้ไม่ใช่เวรของเฉินชาง แต่พยาบาลน้อยในแผนกฉุกเฉินค่อนข้างเชื่อมั่นในฝีมือเฉินชาง ดังนั้นตอนที่หมออาวุโสไม่อยู่ พวกเขาจะมาหาคนที่ท่าทางพึ่งได้ที่สุด
ตอนนี้เรียกได้ว่าเฉินชางเป็นสะพานเชื่อมระหว่างหมอรุ่นใหม่และหมออาวุโสแล้ว เขามีฝีมือสูงกว่าหมอหนุ่มสาว แต่ประสบการณ์ยังด้อยกว่าหมออาวุโส
หากกล่าวว่าการรักษาและการกู้ชีพทุกครั้งของแผนกฉุกเฉินคือการสอบ เช่นน