ราะ “แค่คุณไปพวกเขาก็ดีใจแล้วครับ”
ฉินเยว่ส่ายหน้า “มันไม่เหมือนกันค่ะ คุณลุงคุณป้าทำอาหารได้ก็ส่วนทำได้ แต่…ยังไงฉันก็ต้องเรียน จะให้พวกเขาคอยทำให้ตลอดไม่ได้หรอกนะคะ!”
พูดถึงตรงนี้ ฉินเยว่ก็ตัดสินใจกับตัวเองแล้วว่ากลับไปจะตั้งใจเรียนทำอาหาร อย่างไรเสียเธอก็คิดว่าตัวเองหั่นเนื้อเฉือนหนังได้ดีเยี่ยม จะถุงน้ำดี หรือไส้ติ่งก็กรีดจนเป็นเรื่องปกติแล้ว ควรหั่นผักได้ดีถึงจะถูก!
คิดแล้วฉินเยว่ก็ตัดสินใจว่ากลับไปจะต้องให้แม่สอนสักหน่อย
พอตัดสินใจแล้วจึงไม่มีอารมณ์เดินเที่ยวอีก
พริบตาเดียว ฉินเยว่ก็รู้สึกราวกับตัวเองมีภาระเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง ตอนเย็นไม่ยอมกินข้าวกินปลา ตัดสินใจแน่วแน่ว่ากลับไปจะเริ่มทำอาหารมื้อแรกทันที
แต่เธอสาบานว่าจะไม่ให้เฉินชางกินแน่ ฝึกอีกสักพักค่อยเอาไปให้เขากิน!
เฉินชางชะงักไปทันที รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก แต่เห็นฉินเยว่มีท่าทางมั่นอกมั่นใจเช่นนั้นก็ได้แต่ยอมแพ้! เขาคิดแล้วว่าต่อให้รสชาติแย่ขนาดไหนก็คงไม่มีปัญหา เพราะเขาไม่ใช่พวกเลือกกิน
กลับถึงบ้านแล้วเฉินชางก็เปลี่ยนเสื้อผ้า นำสูทไปส่งร้านซักรีดพร้อมกำชับที่ร้านอย่างดี
……
……
ทางด้านฉินเยว่ก็รีบกลับบ้านมาอย่างเร่งร้อนเพราะกลัวว่าพ่อแม่จะเริ่มกินข้าวกันแล้ว
ฉินเสี้ยวหยวนเห็นฉินเยว่กลับเร็วขนาดนี้ก็ชะงักไปทันที “ทำไมกลับเร็วจังลูก พ่อกับแม่ยังไม่ได้กินข้าวเลย”
ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นพลันโล่งใจ มองเหล่าฉินยิ้มๆ “