บาล 301 สิครับ มาฝึกฝนฝีมือกัน คนหนุ่มจะต้องพยายามให้มากๆ จริงสิ ลูกสาวผมเรียนกฎหมาย วันหน้าผมจะแนะนำให้รู้จักกันนะครับ”
เฉินชางยิ้มตอบ “ขอบคุณครับหัวหน้าโจว”
ทว่าพอฉินเสี้ยวหยวนที่อยู่ข้างๆ ได้ยินประโยคนี้ ดวงตาพลันหดเกร็ง!
เจ้าคนแซ่โจวนี่ ต้องมีความคิดไม่ดีแน่ๆ …
ไม่ได้ๆ ต้องรีบหมั้นซะแล้ว ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว ฉินเยว่ที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้ามา กล่าวด้วยสีหน้าเบิกบานใจว่า “พ่อคะ แม่คะ มากันได้ยังไงคะเนี่ย”
ฉินเสี้ยวหยวนแอบค่อนขอดในใจว่า ถ้าพ่อไม่มา คงไม่รู้หรอกว่ามีหัวขโมยตัวน้อยขโมยเสื้อพ่อไปซักแล้วเอาไปให้คนอื่นใส่ หรือลูกจะบอกพ่อว่าแค่ซักแล้วเอาออกมาตากล่ะ?
ฉินเสี้ยวหยวนกลอกตา ส่วนจี้หรูอวิ๋นกลับพูดยิ้มๆ ว่า “วันนี้พ่อกับแม่อยู่บ้านเบื่อๆ ก็เลยออกมาดูพวกลูกกันน่ะ”
กล่าวจบจี้หรูอวิ๋นก็มองสำรวจเฉินชาง “เสี่ยวเฉิน เธอเก่งจริงๆ เก่งมากเลย”
เฉินชางฟังถึงตรงนี้ก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เขาคิดจะสารภาพกับผู้อำนวยการฉินไปตามตรง
“ขอบคุณที่ชมนะครับคุณน้า”
“ผู้อำนวยการฉิน ผมมีเรื่องจะขอโทษคุณด้วยครับ”
ฉินเสี้ยวหยวนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป ไอ้หนูนี่ยังทำเรื่องผิดต่อฉันอีกหรือไง
เขามองเฉินชาง ยิ้มอย่างอบอุ่น “อ้อ พูดมาสิ”
เฉินชางเห็นผู้อำนวยการฉินไม่มีท่าทีโกรธเคืองจึงพูดไปว่า “คือผมมีสูทแค่ตัวเดียว แล้วเมื่อวานตอนช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บมันก็เปื้อนเลือดไปแล้ว