างชะงักไปทันที “คุณไปเอามาจากไหนครับ”
ฉินเยว่หน้าแดง “ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ ยังไงก็ใส่แค่วันเดียว! ลองก่อนเถอะค่ะว่าพอดีตัวหรือเปล่า”
จู่ๆ เฉินชางก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “คงไม่ใช่ว่าคุณ…เอาสูทของพ่อคุณมาหรอกนะครับ”
ฉินเยว่เห็นว่าตนเองถูกจับได้แล้วจึงยิ้มกระอักกระอ่วนออกมาทันที “ยังไงวันนี้พ่อก็ไม่ต้องใส่ เดี๋ยวคุณใส่แล้วฉันจะซักคืนให้เขาเองค่ะ แล้วว่างๆ ฉันจะไปซื้อสูทกับคุณสักชุด!”
ฉินเยว่ไม่เหมือนเฉินชาง เธอมีความละเอียดอ่อน พิจารณารอบคอบ
เธอคิดว่าวันนี้เฉินชางจะต้องใช้สูทแน่นอน แต่เมื่อวานดึกเกินไป และเธอเห็นว่าเฉินชางเหนื่อยมากแล้วจึงไม่ได้พาเขาไปเดินซื้อสูท และไม่ได้เลือกซื้อมามั่วๆ ขณะนั้นเธอก็คิดถึงสเวตเตอร์ของพ่อที่เฉินชางใส่ได้พอดี ทั้งสองมีรูปร่างต่างกันไม่มาก ดังนั้นสูทก็น่าจะสวมด้วยกันได้
คิดแล้ว เมื่อคืนเธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อเอาสูทมาให้ได้
……
……
ฉินเสี้ยวหยวนกำลังนอนอยู่บนโซฟา วันนี้เป็นวันพักผ่อนที่หาได้ยากยิ่งของเขา เขาจึงนอนยาวสักหน่อย ทว่า…เมื่อคิดถึงท่าทางแปลกประหลาดของฉินเยว่เมื่อครู่นี้ เหล่าฉินก็เกิดแปลกใจขึ้นมาทันที รีบถามขึ้นว่า
“ที่รัก ผมใส่สูทตัวนั้นไปเมื่อไหร่นะครับ ทำไมผมไม่เห็นจำได้ว่ามันจะสกปรกตรงไหนเลย”
จี้หรูอวิ๋นขมวดคิ้ว “ฉันก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกันค่ะ ฉันจำได้ว่าคุณสวมสูทตัวนั้นครั้งเดียวเอง คุณสวมตอนไปร่วมงานสัมมนาที่เมืองหลวงของปีนี้ ส่วนตอนอื่น…ฉันก