ยังหาเงินได้ไม่มาก พ่อไม่ยอมให้ลูกออกค่าซักผ้าเองหรอก คืนนี้ก็กลับช้าหน่อยก็ได้ ไปกินอะไรอร่อยๆ กับเสี่ยวเฉินสักหน่อยเถอะ!”
“อีกอย่าง อย่าใช้เงินเสี่ยวเฉินนะลูก ฟังพ่อนะ ลูกสาวบ้านเราต้องยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ไม่มีเงินก็มาขอพ่อ”
พูดจบก็วางสายไป
ทั้งสองถูกโทรศัพท์สายนี้ขัดจังหวะ ทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนไปบ้าง…
ฉินเยว่ดูเวลา พบว่าตอนนี้เป็นเวลาเจ็ดโมงเช้าแล้ว เธอจ้องเฉินชาง กล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำ “เอ่อ…ใกล้ถึงเวลาแล้ว คุณรีบสวมเสื้อผ้าเถอะค่ะ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วรีบไปกันเถอะ”
เฉินชางพยักหน้า แต่ไม่นานก็ต้องชะงักไป!
ไม่ถูกสิ
การประชุมเริ่มแปดโมงครึ่ง ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมง ใช้เวลาเดินทางยี่สิบนาที ต่อให้ใช้เวลาไปทำนู่นทำนี่ก็ยังเหลือเวลาอีกห้าสิบกว่านาที…
ยัยตัวร้าย…เธอจะหวังมากเกินไปหรือเปล่า!
คิดแล้วเฉินชางก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ บอกกับตัวเองว่าต่อไปคงต้องฟิตร่างกายให้ดีซะแล้ว ไม่สิ…ฟิตร่างกายแล้วจะมีประโยชน์อะไร จะต้องพยายามหาหินเสริมแกร่งที่เพิ่มความอดทนต่างหาก…มิฉะนั้น…คงปรนนิบัติยัยขี้ประจบฉินนี่ไม่ไหวแน่
คิดแล้วเฉินชางก็อดถอนหายใจไม่ได้
ภาพฉินเยว่ในสายตาเฉินชางแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นนางปีศาจถือแส้อยู่ในมือ…
เฉินชางถึงกับเสียวสันหลังวาบ…และเพราะประโยคนี้ของฉินเยว่ ทำให้เฉินชางรู้สึกกดดันไปตลอดทาง
ฉินเยว่มองเฉินชาง คิดว่าอีกฝ่ายตื่นเต้น จึงพูดปลอบไปว่า “ไม่ต้องกดดันไปค่ะ! คุณเก่งที่