นะ! แต่เมื่อเห็นท่าทางซุกซนของฉินเยว่ เฉินชางก็ได้แต่ยิ้มออกมาแล้วถอดเสื้อและกางเกงออก…
ฉินเยว่อยากจะหันหนีไป แต่หากหันไปแล้วจะดูเหมือนว่าตัวเองขี้ขลาด เธอคือลูกหลานตระกูลฉินผู้สง่างามสูงส่ง เรื่องทรยศบิดาก็ยังกล้าทำมาแล้ว กับอีแค่เรื่องดูคนเปลี่ยนเสื้อผ้าทำไมจะไม่กล้าล่ะ
เพียงแต่เมื่อเห็นเฉินชาง…ฉินเยว่ก็หน้าแดงหูแดง ลมหายใจกระชั้นถี่!
เจ้าหมอนี่จะหน้าไม่อายเกินไปแล้ว!
เปลี่ยนจริงๆ ซะด้วย…
เฉินชางถูกฉินเยว่มองเช่นนี้ก็รู้สึกใจวาบหวิว บางสิ่งบางอย่างเริ่มเกิดปฏิกิริยาไม่หยุดหย่อน จากเดิมที่ควบคุมได้ จู่ๆ ก็กลายเป็นมีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ…
ฉินเยว่เห็นดังนั้นก็ต้องเบิกตากว้าง!
รู้สึกหายใจลำบากเข้าไปใหญ่!
เฉินชางรีบยืดตัวขึ้น ดึงฉินเยว่เข้ามาในอ้อมกอด
ฉินเยว่ถูกเฉินชางดึงเข้ามาก่อนเช่นนี้ก็ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตึกตัก ใบหน้าแดงก่ำ
กล่าวตามตรง ตอนนี้เฉินชางก็เริ่มรู้สึกอะไรขึ้นบ้างแล้ว ส่วนฉินเยว่…เธอรู้สึกว่าเธอควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นกัน
มือของทั้งสอง…เริ่มไม่อยู่นิ่ง
ขณะที่สถานการณ์กำลังแปรเปลี่ยนไปในทางที่ยากจะอธิบาย โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทั้งสองชะงักไปทันที
ฉินเยว่รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พบว่าเป็นสายของฉินเสี้ยวหยวน เธอรีบสงบอารมณ์ของตนก่อนจะกดรับโทรศัพท์แล้วพูดไปว่า “ฮัลโหล พ่อคะ มีอะไรคะ”
ฉินเสี้ยวหยวนพูดยิ้มๆ “ลูกพ่อ ลูกซักสูทให้พ่อใช่ไหม พ่อส่งซองแดงให้ลูกทางวีแชทแล้วนะ…อย่าลืมล่ะ ลูก